จัดการฮอร์โมนตัวร้าย รู้ทันอารมณ์ผู้หญิง

PMS – pre menstrual syndrome คืออาการที่ผู้หญิงมักจะเป็นก่อนมีประจำเดือน2สัปดาห์ และมักจะหายไปหลังจากที่ประจำเดือนมาไปแล้วประมาณ4วัน สาเหตุมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละเดือน รวมถึงความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง ด้วยสาเหตุนี้เองจึงทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์แปรปรวน อารมณ์ไม่คงที่ หงุดหงิดง่าย เศร้าง่าย อ่อนไหวง่าย

มีอาการอยากอาหารมากขึ้น รวมไปถึงอาการปวดท้อง ปวดหลัง ปวดศีรษะ ท้องอืด เป็นสิว บวมน้ำ ท้องเสีย ท้องอืด คัดตึงบริเวณหน้าอกด้วย ซึ่งมีผู้หญิงที่มีอาการแบบนี้ถึง80%ของจำนวนผู้หญิงที่มีประจำเดือน และคิดว่าผู้หญิงจำนวนไม่น้อยเลยที่รู้สึกว่าอาการเหล่านี้เป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตอยู่ไม่มากก็น้อย วันนี้เราจะมาจัดการฮอร์โมนตัวร้าย โดยเริ่มจากการทำความรู้จักกับเจ้าฮอร์โมนพวกนี้กันก่อน
อารมณ์แปรปรวนในผู้หญิงก่อนมีประจำเดือน (Mood swing) เกิดจากการฮอร์โมนในร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ฮอร์โมนเอสโตรเจน และระดับสารเคมีในสมองเปลี่ยนแปลง
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

เป็นฮอร์โมนเฉพาะของผู้หญิง สร้างจากรังไข่และรก มีต่อมใต้สมองและสมองส่วนไฮโปทาลามัสทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนตัวนี้ สมองส่วนไฮโปทาลามัสมีส่วนในการควบคุมการทำงานพื้นฐานของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการเต้นของหัวใจ อุณหภูมิในร่างกาย ความหิว การนอน ความรู้สึกต่างๆ ความต้องการทางเพศ การสร้างฮอร์โมนหลายชนิดรวมไปถึงควบคุมการหลั่งฮอร์โมน 

ด้วยความที่ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีความสัมพันกับสมองส่วนไฮโปทาลามัสจึงทำให้มีความเกี่ยวข้องในการมีประจำเดือนและการตั้งครรภ์ของผู้หญิง หากเกิดความเครียดหรือมีอาการวิตกกังวลจะทำให้ส่งผลกับฮอร์โมน การมีประจำเดือนและการตกไข่ได้ 

ส่วนฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายของผู้หญิงจะผลิตขึ้นมาตามธรรมชาติ ทำหน้าที่ควบคุมระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง 

และด้วยเหตุเช่นนี้เองจึงทำให้ผู้หญิงมีอารมณ์ที่แปรปรวนได้ง่ายในช่วงก่อนจะมีประจำเดือนไปจนถึงช่วงมีประจำเดือน รวมไปถึงอาการเจ็บปวดทางร่ายกายต่างๆด้วย การรู้จักเตรียมตัวรับมือกับสิ่งเหล่านี้จึงเป็นวิธีที่จะช่วยบรรเทาอาการและอารมณ์ต่างๆลงได้ โดยมีวิธีดังนี้

1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยทำให้ร่างกายเราปรับสมดุลของตัวเอง

2.ทานอาหารที่มีประโยชน์ การทานวิตามินเพื่อบำรุงร่างกาย รวมถึงอาหารที่บำรุงเลือด เพราะในช่วงประจำเดือนผู้หญิงอย่างเราจะต้องเสียเลือดมาก หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หวานจัด เผ็ดจัด

3.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อจะให้ฮอร์โมนในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.ทานยาคุมเพื่อปรับสมดุลของฮอร์โมน แต่การจะทานยาคุมควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ 

5.หลีกเลี่ยงแอลกอฮอลล์ การสูบบุหรี่ และความเครียดต่างๆ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนได้ไม่สมดุล

โดยปกติแล้วส่วนใหญ่ผู้หญิงจะรับมือกับอาการเหล่านี้ได้ แต่ในบางกรณีที่มีอาการ PMS รุนแรงนั้นอาจเกิดอันตรายจากปัญหาทางจิต หรือเรียกว่าอาการ PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) ซึ่งพบได้เพียง 2% จากผู้หญิงที่มีประจำเดือนทั้งหมดเท่านั้น แต่เมื่อมีอาการPMDDแล้วควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาต่อไป

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย