หมวดหมู่: สถานที่ท่องเที่ยว

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

ท่องเที่ยวชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง และ น้ำตกละอองรุ้ง

ณ เวลาตีสี่ครึ่งผมและพี่เรเดินทางออกนอกเมืองเบตงอากาศในยามเช้าของที่นี่หนาวเย็น จนลืมไปว่าที่นี่เป็ฯฤดูร้อน ในเวลาเช้ามืดนี้เรามีเป้าหมายที่จะออกเดินทางไปยัง  จุดชมวิวทะเลหมอกอัยเยอร์เวง จุดชมวิวที่สามารถเห็นทะเลหมอกได้ทั้งปีผมและพี่เรจึงเดินทางออกจากเมืองเบตงมากว่า32กิโลเมตรเพื่อมาสัมผัสยังทะเลหมอกที่เราทั้งคู่เคยได้ยินเพียงชื่อเสียงเรียงนามของที่นี่ความสวยงามที่เราสามารถสัมผัสได้กับบางสิ่งนั้นบางครั้ง

ความรู้สึกนั้นก็ผ่านเลยไปโดยที่เรายังไม่ทันคว้าเอาไว้ของบางอย่างถ้าเราไม่ได้ใส่กรอบให้บางทีหลายคนอาจจะไม่ได้หันมาสังเกตุคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งนั้นการเดินทางสอนผมให้รู้จักกับการใส่กรอบให้กับความทรงจำทำให้เมื่อมีผู้ที่ผ่านมาเห็นกรอบใบสวยนั้นหยุดยืนและชื่นชมความสวยงามที่แท้จริงของสิ่งนั้นทำให้เห็นช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของเราซะมากกว่าที่จะบอกให้คุณลุกออกไปยังสถานที่ในกรอบใบสวยนั้นหลังจากชมทะเลหมอกเป็นที่เรียบร้อยแล้วเราก็หาอะไรรองท้อง

ณ จุดชมวิวชาวบ้านในระแวกนี้มีความตื่นตัวในเรื่องของการท่องเที่ยวและรักในภูมิลำเนาของตนมากทุกคน พูดคุยอย่างเป็นกันเองและให้ข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวในระแวกนี้ทำให้ผมและพี่เรได้เป้าหมายต่อไปจากชาวบ้านใรเช้าวันนี้เราออกจากจุดชมวิวทะเลหมอกและมุ่งสู่เป้าหมายต่อไประหว่างเดินทางเราได้พบกับชาวบ้าน ซึ่งพี่สาวได้นำทางพาเรามายัง  น้ำตกละอองรุ้ง น้ำตกละอองรุ้งเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่7ชั้นมองเห็นเป็นทางน้ำไหลลงมาจากภูเขาสูง

และภายในบริเวณน้ำตกก็ถูกแวดล้อมไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์วันที่สาม ของการเดินทางมายังเบตงและวันที่สามของการมีเพื่อนร่วมทางเป็นเรแมคโดนัลด์บางครั้งผมก็ลืมไปว่าผมรู้จักเขาได้ไม่นานเพราะความพิลึกคนในแบบฉบับของพี่เรมักจะสร้างเสียงหัวเราะให้กับผมและชาวบ้านที่ได้ผ่านมาสนทนากับเขามันทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งแรกที่คุณจะจดจำเกี่ยวกับเขานั่นคือความเฟรนลี่ปนเพี้ยนหน่อยๆในสื่อต่างๆที่เราเคยเห็นแต่ในความเป็นจริงของพี่เรนั้นต้องคูณสามเรื่องนี้เข้าไปเป็นธรรมชาติของบุคลิกของคนใจกว้างที่เสพติดการสร้างความสุขให้ผู้คนรอบตัวและนั่น

คงเป็นจุดเล็กๆที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตที่ผ่านมาและอนาคตภายภาคหน้าเมื่อแสงอาทิตย์ทวีความร้อนขึ้นมาในช่วงกลางวันก็ได้เวลาของการสลัดความร้อนออกด้วยการล่องแก่งอัยเยอร์เวง ผ่านแม้น้ำปัตตานี

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020

ท่องเที่ยว บ่อชมน้ำพุร้อน จังหวัดเชียงราย

ภายในเวลาไม่กี่อึดใจพี่ควาญช้างก็โทรเรียกเพื่อขับเรือมารับผม ผมสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายในการประกอบอาชีพของชาวบ้านที่นี่ถึงแม้ที่นี่จะเป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตามากแต่ชาวบ้านทุกคนก็ทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวได้อย่างดีทีเดียวผม ที่พึ่งรู้จักสถานที่แห่งนี้จากสถานีขนส่งเชียงรายด้วยการพูดคุยซักถามกับชาวบ้านในระแวกนั้นนี่จึงเป็นการเดินทางโดยทิ้งแผนที่ของตัวเองและใช้แผนที่ของชาวบ้านแทนเมื่อผมได้ล่องเรือมายังจุดหนึ่ง

คุณลุงคนขับเรือแนะนำให้ผมลงไปชมน้ำพุร้อนในจุดนี้อากาศหนาวๆกับน้ำพุร้อนเป็นตัวเลือกที่ดมากในเวลานี้ของผมโลกเราบางทีมันก็คล้ายวีดีโอเกมส์ประตูบางบานที่เราเห็นตั้งแต่เริ่มเกมส์แต่กลับไม่สามารถเปิดได้แต่เมื่อเล่นเกมส์ไปได้ซักระยะประตูสุดท้ายกลับเป็นประตูตอนต้นของเกมส์คงจะเหมือนวังวนของชีวิตคนเราที่เข้าสู่ความซับซ้อนของการใช้ชีวิตแต่จุดจบกลับเป็นความเรียบง่ายที่อยู่ไกล้ตัวเราเสมอเมื่อลาจากลุงขับเรือในหมู่บ้านกระเหรี่ยงรวมมิตรผมก็พบโฮมสเตย์ชิคๆที่มีชื่อว่า ฮักกก

ในอดีตผมลาออกจากการเรียนมัถยมปลายด้วยตัวเองในเหตุผลที่ผมไม่ชอบกฏระเบียบข้อบังคับต่างๆของโรงเรียนและการที่ต้องเล่าเรียนซ้ำไปซ้ำมาในหลายวิชาที่ผมไม่มีความสนใจในสิ่งนั้นในช่วงวัยนั้นเมื่อมีคนมาถามผมว่า ไม่เรียนหนังสือหรอผมมักจะรู้สึกว่าเป็นปมด้อยที่ผมไม่อยากตอบออกไปแต่การลาออกจากโรงเรียนมัถยมเป็นหนึ่งในเรื่องที่ผมรักมากที่สุดในการตัดสินใจของชีวิตผมปมด้อยมักเป็นสิ่งที่หน้าสมเพศในสายตาของผู้คนแต่สิ่งนี้กลับได้สร้างแรงผดันให้กับชีวิตเราไม่ต่างจากเซลล์กล้ามเนื้อที่พยายยามจะรักษาตัวตนให้กลับมาสมบูรณ์เท่าที่พอจะทำได้

ในหลายคนก็ล้วนมีปมด้อยไม่น้อยก็มากตามศูนย์กลางของสังคมนั้นแต่ในชีวิตจริงที่ในต่างไปจากสังคมสำหรับผมแล้วปมด้อยสร้างจุดเปลี่ยนของชีวิตคนเราได้เป็นอย่างดีจนบางครั้งคุณอาจจะลืมไปว่าคุณประสบความสำเร็จจากปมด้อยของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวและในเช้าวันใหม่ในหมู่บ้านของกระเหรียงรวมมิตร ณ เมืองเชียงรายแม่น้ำกก

ที่ไหลอย่างช้าๆและในอากาศที่เย็น ผมได้ใช้เวลาทบทวนเรื่องราวในอดีตในวันที่ผได้ลาออกจากโรงเรียนมัถยมได้ไม่นาน ผมก็เข้าเรียนการศึกษาผู้ใหญ่ หรือ กศน. ซึ่งใช้เวลาเรียนแค่วันละอาทิตย์และนำวุฒนี้สอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยคณะกรรมศาสตร์ ที่ผมอยากเรีนยจริงๆในชีวิต

 

สนับสนุนโดย  sagame

สิ่งมหัศจรรย์แห่ง ประเทศตุรกี

Pamukkale, Turkey ปามุกคาเล สิ่งมหัศจรรย์แห่ง ประเทศตุรกี

      สำหรับคำว่าปามุกคาเล  ตามคำแปลของภาษาของประเทศตุรกี จะหมายความว่าปราสาทปุยฝ้าย  ซึ่งคำว่าปามุก จะหมายถึงปุยฝ้ายและคาเล จะหมายถึงปราสาท ดังนั้นเมื่อนำสองคำมารวมกันจึงกลายมาเป็นปราสาทปุยฝ้าย สถานที่แห่งนี้เป็นน้ำตกหินปูนสีขาว ที่เกิดขึ้นมาจากธารน้ำข้างใต้ดิน ซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซียลเซียส   สำหรับที่นี่ถือว่าเป็นแหล่งน้ำที่มีแร่หินปูนผสมปะปนอยู่ในประมาณที่สูงมาก

ซึ่งได้ไหลมาจากภูเขาที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ น้ำจะไหลรินเอ่อล้นขั้นมาบนผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็ง เกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศจนกลายมาเป็นปฏิมากรรมตามธรรมชาติที่สวยงามและแปลกตา ที่โด่ดเด่นเป็นเอกลักษณ์ซึ่งไม่สามารถหาที่ไหนมาสวยเหมือนที่นี่ได้ 

สำหรับที่นี่นักเที่ยวต่างก็นิยามกันว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามราวกับอยู่ในความฝัน นักท่องเที่ยวชายหญิงนิยมพากันเดินทางมาเที่ยวทีนี่กันมาก โดยส่วนมากจะมาแช่น้ำและถ่ายรูป สำหรับการเดินทางมาที่นี่จะต้องจอดรถไว้บริเวณรอบนอกและเดินเท้าเข้ามา ซึ่งระยะทางที่เดินเท้าจะอยู่ที่ประมาณ 1.5 กิโลเมตร หากใครสนใจที่จะเดินทางมาชมความงามและมาเล่นน้ำทีนี่ละก็แนะนำมาในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดีที่สุด  เพราะในช่วงฤดูนี้จะมีน้ำเยอะในปริมาณที่กำลังสวยพอดี น้ำจะล้นแอ่งขึ้นมาทำให้มีภาพความงดงามจับตา แต่หากว่ามาเที่ยวที่นี่ในช่วงฤดูร้อน น้ำที่นี่จะน้อยและไม่เพียงพอที่จะทำให้น้ำล้นแอ่งข้นได้มาได้

สำหรับที่ปราสาทปุยฝ้ายแห่งนี้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของสถานที่ท่องเทียวที่เป็นมรดกโลก ดังนั้นจึงเป็นความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลของประเทศยูเครนกับองค์กรยูเนสก ที่จะมีหน้าที่ดูแลความสะอาดและความสงบเรียนร้อยของที่นี่  เนื่องจากที่นี่ไม่ได้มีการจำกัดปริมาณจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะสามารถเข้ามาเที่ยวได้ต่อวันเอาไว้ ทำให้ที่นี่จะมีผู้คนพากันเดินทางหลั่งไหลมากันเป็นจำนวนมาก ยิ่งในวันหยุด ที่นี่จะหนาแน่นไปด้วยผู้คนจนบางครั้งอาจจะทำให้รู้สึกอึดอัดได้ เมื่อ 20 ปี

ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นน้ำได้ แต่มา ณ ปัจจุบันนี้ได้มีการเปลี่ยนการเทียวให้เข้ามาถ่ายรูปและเอาน้ำแช่น้ำแร่ให้พออุ่นสบายเท้าเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราอย่างเข็มงวดตลอดเวลา  เนื่องจากทางรัฐบาลและองค์กรยูเนสโก อยากจะอนุรักษ์ความงามของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เอาไว้ หากใครมีโอกาสผ่านไปทางตุรกีอย่าลืมแวะไปเที่ยวนะคะ

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย  next88

ที่เที่ยวที่น่าไปที่เชียงใหม่ 

ทุกคนต่างรู้ดีว่าที่เชียงใหม่มีอากาศที่หนาวพอสมควรอยู่แล้วและยิ่งในช่วงฤดูหนาวอากาศก็จะเย็นมากขึ้นกว่าเดิมอีกเนื่องจากเป็นเมืองหนาวทำให้ในช่วงฤดูหนาวกิจกรรมจะมีเยอะมาก

ในครั้งนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ที่ถ้าคุณลองไปแล้วละก็คุณจะต้องติดใจอย่างแน่นอน มาดูกันค่ะว่ามีที่ไหนที่น่าไปบ้าง

นั่งดูดอกนางพญาเสือโคร่ง

การนั่งดูดอกนางพญาเสือโค่งก็เหมือนกับตอนที่เราไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นและชมดอกสากุระซึ้งที่เชียงใหม่มีที่ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเข้าไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งได้หลายที่มากๆแต่ที่ที่แนะนำเลยคือที่ขุนช่างเคี่ยน ที่นี้เป็นสถานที่ที่เป็นที่นิยมในการไปดูดอกนางพญาเสือโคร่งเป็นอย่างมาก

และที่นี้ดอกนางพญาเสือโคร่งจะอกดอกบานสะพรั่งเต็มต้นก็ต่อเมื่อเริ่มเข้าเดือน ธันวาคมจนถึงเดือนมกราคม และถ้าใครอยากจะนอนที่นี้แล้วละก็เขาก็มีบริการที่พักบ้านให้เช้าที่อยู่ติดกับตัวต้นดอกนางพญาเสือโคร่งทำให้ได้บรรยากาศเหมือนชมซากุระที่ประเทศญี่ปุ่นเลย

แม่กำปอง

ที่นี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ท่างกลางหุบเขาซึ้งที่นี้ถือได้ว่าเป็นสานที่ยอดฮิตเลยก็ได้ ที่นี้มีความงามแบบธรรมชาติ ถ้าใครมาเที่ยวจะเห็นว่าที่นี้มีชาวบ้านที่ใช้ชิวิตแบบบ้านๆอย่างที่เคยทำทุกวันนักท่องเที่ยวทุกคนสามารถไปเที่ยวชมที่นี้ได้

นาขั้นบันได 

ที่นี้ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าที่นี้เป็นที่เที่ยวแบบไหนเพราะที่นี้คือที่ที่เขาปลูกข้าวให้เป็นเหมือนขั้นบันไดซึ้งที่นี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเวียนชมกันอย่างไม่ขาดสายซึ้งที่นี้เปิดตามช่วงฤดูซึ้งจะไปได้แค่ 2 ฤดู นั้นก็คือ ตอนหน้าฝนและในช่วงหน้าหนาวในช่วงหน้าฝนทุ่งนาที่นี้จะเป็นสีเขียวเหมือนธรรมชาติ และในช่วงหน้าหนาวทุ่งนาที่นี้จะเป็นสีทอง หรือจะเป็นช่วงที่ข้าวตั้งท้องนั้นเอง ซึ้งที่เชียงใหม่จะมีนาขั้นบันไดหลายที่มาก 

ดอยหลวงเชียงดาว

ที่ที่นี้มีความสูงมากๆซึ้งที่นี้เอาไว้สำหรับดูดาวสวยๆบนท้องฟ้า ในตอนกลางคืนท้องฟ้าจะมีแต่ดาวเต็มไปหมดราวกับว่าดาวพวนนั้นคือกากเพรชที่เราเทลงไปบนท้องฟ้าและที่นี้ในตอนช้าวจะสามารถชมนกได้ซึ้งที่นี้มีนกเยอะมากและที่นี้ก็มีสัตว์ป่าที่หายากมากๆ ยกตัวอย่างเช่น ไก่ฟ้าหางลายขวาง และกวางผา ซึ้งเชื่อว่าถ้าใครมาที่นี้จะต้องติดใจจนไม่อยากกลับกันแน่นอนเลยค่ะ

ซึ้งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือสถานที่ท่องที่คุณต้องลองไปค่ะ

เที่ยวหมู่บ้านแม่กำปอง

การเดินทางไปยังหมู่บ้านที่หลายๆคนชื่นชมในวิถีแห่งความเรียบง่าย และความสวยงามของธรรมชาติในหมู่บ้าน หลังจากที่ผมเข้าสู่หมู่บ้านแม่กำปองผมก็ตรงเข้ามาบ้านพักที่เป็นโฮมสเตย์ของที่นี่ รหว่างการเดินทางในรถโดยสารผมได้พบกับสาวๆที่ได้ร่วมเดินทางมาที่นี่เลยกลายเป็นครั้งแรกของผมเลยที่มีเพ่อนร่วมทางเป็นคนแปลกหน้า

นี่เป็นการท่องเที่ยวในช่วงหน้าฝน ถึงฝนจะตกมาอยู่บ่อยครั้งแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความสงบเงียบของนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนน้อยและอากาศที่เย็นตลอดปีของหมู่บ้านแห่งนี้

หมู่บ้านแม่กำปองเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก

ซึ่งคุณสามารถที่จะเดินดูวิถีชีวิตของชาวบ้านได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อประมาณหนึ่งร้อยกว่าปีชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากอำเภอดอยสะเก็ดเพื่อเข้ามาทำสวนเมี่ยงเป็นอาชีพเลยตั้งบ้านเรือนใกล้บริเวณแม่น้ำลำธารหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม่ลำธารและน้ำตกอยู่ในตัวเมืองหมู่บ้านมันเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้ผมและคนอื่นๆที่มาเที่ยวที่นี่

น้ำตกของที่นี่อาจจะไม่ใหญ่ตระกาลตามากมายนักสำหรับผมแต่ถ้าบรรยากาศและความเย็นสดชื่นแล้ละก็ผมอยู่ที่นี่ได้ยาวๆเลยแหละด้านข้างของน้ำตกจะมีบันไดที่จะพาคุณไปยังต้นน้ำตกได้ซึ่งจะค่อนข้างลื่นและสูงชันทีเดียว

ภายในหมู่บ้านแม่กำปองทำให้ผมรู้สึกได้อย่างหนึ่งว่ามันไม่สำคัญเลยที่คุณจะต้องไปเที่ยวในสถานที่ใหญ่ๆ ยิ่งใหญ่ตะกาลตาและมีราคาที่แพง สิ่งสำคัญมันอยู่ที่มุมมองที่คุณมีต่อโลกมากกว่า

ที่นี่ไม่ได้มีแค่คนที่จะมาสโลว์ไลฟ์เพียงเท่านั้นนะและอากาศที่นี่มันดีมากแถมยังช่วยเป็นการบำบัดในการติดสมาร์ทโฟนของผมนั้นได้เป็นอย่างดีอีกด้วยถ้าคุณมาที่หมู่บ้านแม่กำปองแล้วไม่ได้มายังจุดชมวิวมหาชนนี่แล้วละก็ผมว่า ถือว่ามาไม่ถึงนะ

ใครที่คิดว่าการท่องเที่ยวคนเดียวเป็นเรื่องแปลกอยู่แสดงว่าคุณยังไม่รู้จักหมู่บ้านแม่กำปองเพราะในหมู่บ้านนี้มีคนมาเที่ยวคนเดียวมากกว่าเป็นกลุ่มเสียอีก

เดินทางขึ้นไปถ้ำเมืองออน

ปากทางของถ้ำอยู่ที่เพิงของภูเขาผมต้องเดินเท้าขึ้นเขาระยะทางหนึ่ง กม.ถ้าเมืองออนอยู่ห่างจากหมู่บ้านแม่กำปองถ้าขับรถก็ประมาณครึ่งชั่วโมงผมได้ฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับถ้ำเมืองออนตลอดทางเลยจากคนขับรถตู้มันเป็นตำนานที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้ากับพญานาคหลังจากที่เดินมาถึงข้างบนผมก็สามารถมองเห็นวิวข้างล่างที่ผมนั้นเดินขึ้นมา

ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เดินทางผ่านมายังทางนี้และได้มีพญานาคเอาน้ำผึ้งไปถวายเมื่อพระพุทธเจ้าได้ดื่มพญานาคก็ดีใจพญานาคเลยได้ขอผมของพระพุทธเจ้ามาตั้งไว้ในพระธาตุนมในถ้ำหลังนี้