หมวดหมู่: สุขภาพ

6 เทคนิค ช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายคุณ

การที่เพื่อนๆรู้สึกว่า ลดไขมันทำไมมันยากนักนะ… การที่จะลดไขมันที่เราสะสมมานานแสนนานมันทำได้ไหมนะ… ทำไมคนอื่นเค้าผอมกันง่ายจัง หรือ ทำไมพุงของเรามันไม่ลดลงเลย… เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้ว มี 5 เทคนิคในการช่วยให้ลดไขมันสะสมด้วยนะ ใครอยากลาไขมันสะสมในร่างกาย ลองหันมาทำตามนี้ดูสิ จะได้เลิกบ่น!

กินไม่มัน เพราะของมันๆมันเพิ่มไขมันไม่ดี

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องระวัง คือการเลือกกินและสิ่งที่ต้องงดไปเลยสำหรับการที่จะช่วยลดไขมันสะสม นั้นคือการไม่กินของมัน เพราะของเรานี้ไปเพิ่มไขมันไม่ดีให้กับร่างกายมากขึ้นนั้นเอง

กินไม่หวาน เพราะน้ำตาลนั้นอันตราย

เพื่อนๆลองสังเกตตัวเองดูสิ ว่ากินของคาวเสร็จแล้วต้องต่อด้วยการกินของหวานหรือเปล่า ถ้าใช่นั้นคือการที่คุณกำลังสะสมไขมันเพิ่มขึ้นอยู่นะ ทางที่ดีควรจะเลิกกินหวานได้แล้วเพราะการกินหวานนั้นทำให้เราติดหวานและมันเป็นแหล่งของการก่อไขมัน

ไม่กินของทอดเลย ยิ่งดี

การกินของทอดไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมสำหรับคนที่ต้องการลดไขมันอยู่แล้วเพราะของทอดนั้นมีน้ำมันแฝงมากับอาหารเยอะมากๆ ซึ่งจะทำให้แคลอรีเราสูงได้โดยไม่รู้ตัวเลย เพราะของทอดถ้าใครกินก็จะหยุดไม่ได้ และมันคือที่มาของไขมันสะสมของคนส่วนใหญ่เลยละ

ไม่อดอาหาร แต่แค่เลือกกิน

การอดอาหารไม่ใช่ทางออกของการที่จะลดน้ำหนักหรือลดไขมันหรอกนะ เพื่อนๆควรจะหันมาเลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์มากกว่า อย่าง ข้าวกล้อง อกไก่ ไข่ต้ม เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี่เป็นคาร์โบไฮเดรตดี และ โปรตีนดี นอกจากนี้ก็ควรจะเลือกกินไขมันดี อย่างถั่วอัลมอนด์ และผักผลไม้เพื่อเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ด้วยนะ การกินดีจะมีผลในการไม่ไปเพิ่มไขมันสะสมนั้นเอง

ออกกำลังกายด้วยดีที่สุด

อย่างที่บอกการเลือกกินอาหารที่ดีนั้นนอกจากจะช่วยเรื่องไม่ไปเพิ่มไขมันสะสมในร่างกายแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดนั้นก็คือการออกกำลังกายนั้นเองเพราะการออกกำลังกายจะเป็นตัวช่วยในการเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะช่วยลดไขมันสะสมได้เร็วขึ้น

การพักผ่อนหรือนอนให้พอ

การที่เพื่อนๆพักผ่อนหรือนอนอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นระบบการย่อย หรือ ระบบการเผาผลาญของร่างกาย เพราะฉะนั้นการนอนจึงช่วยเรื่องการเผาผลาญไขมันได้ดีอีกด้วยนะ

โรคอ้วนทำลายสุขภาพ

ซึ่งอะไรที่เป็นต้นเหตุของการก่อให้เกิดโรคอ้วนโดยโรคอ้วนนี้ไม่ได้ลอยมาจากฟ้าแล้วหล่นลงมามนุษย์เราเกิดมาช่วงเด็กๆเราอ้วนได้แล้วพอเราเริ่มเป็นหนุ่มเป็นสาวเราก็ดึงพลังงานไปใช้แล้วเราก็กลายเนวัยรุ่นช่วงวัยรุ่นถ้าไม่ได้ทานเยอะจริงๆก็ไม่ค่อยอ้วนหรอกเพราะว่าฮอร์โมนเพศเยอะเผาผลาญเยอะ

เมื่อมีอายุมากขึ้นเกิน18เกิน20 30เป็นยังไงบางคนไม่อ้วนแต่ส่วนใหญ่มักจะคุมน้ำหนักได้ยากกว่าเดิมมันเป็นเพราะอะไรมีหลายสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคอ้วนเหมือนที่หมอบอกเขาเป็นวงจรผลพันธ์คือโรคอ้วนแต่ต้นเหตุอาจจะต่างกันบางคนเครียดแล้วกินบางคนออกกำลังกายน้อยแล้วกินบางคนนอนหลับไม่ดีแล้วกินบางคนเป็นโรคขอ่อมไร้ท่อแล้วกินบางคนเป็นพันธุกรรมก็มี

นอกจากนี้เรามาดูกันทีละข้อไม่ได้แปลว่าทุกคนที่ได้อ่านจะต้องอยู่ทุกข้อบางคนมีข้อเดียวบางคนมีหลายข้อและเป็นต้นกำเนิดหรือสาเหตุหลักสำคัญที่เราอยากจะให้จำให้ดีเพราะนั่นแหละคือประสบการณ์คือประสบการณ์ที่เราเจอว่าต้นกำเนิดของดรคอ้วนหลายๆคนเกิดจากการนอน

เนื่องจากนี้แล้วในการนอนนี่มีความสำคัญอย่างไรการนอนคือช่วงเวลาที่มนุษย์เราพักผ่อนเมื่อเราไม่ได้พักผ่อนไม่ได้แปลว่าทั้งตัวพักผ่อนเขาจะมีกะกลางคืนออกมาทำหน้าที่เผาผลาญไขมันหรือที่เรียกว่าLipid Oxidation

เพราะฉะนั้นในกระบวนการเหล่านี้เวลาคนเราหลับมันก็จะหลั่งฮอร์โมนมีหลายตัวพอเราเริ่มง่วงเราหลั่งฮอร์โมรเมลาโทนินเมลาโทนินมันทำให้เราง่วงขึ้นให้เราหลับและเราหลับลึกพอเราหลับลึกแล้วก็จะหลั่งฮอร์โมนโกรทออกมาเผาผลาญชะลอวัยชะลอความแก่ไปจนถึงการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลในวันต่อไปให้เราตื่นมาพร้อมสู้กับวันต่อๆไป

ซึ่งการหลั่งฮอร์โมนความอิ่มฮอร์โมนความหิวเกิดอะไรเยอะมากในร่างกายเราตอนเราหลับเวลาเรานอนหลับไม่ดีนอนหลับไม่ถึง8ชั่วโมงต่อวันการที่จะสู้กับโรคอ้วนมาแล้วเคล็ดลับต้องนอนหลับให้พอเพียงอย่างน้อย8ชั่วโมงต่อวันและนอนก่อน22.00นาฬิกา

เมื่อไหร่ที่ได้นอนก่อน22.00นาฬิกาถ้าใครมีเครื่องวัดการหลับลึกต้องมีหลับลึกประมาณ15-20เปอร์เซ็นต์นอนก่อน22.00น.อย่าง้ชา22.30น.หลับให้ได้8ชั่วโมงอย่างน้อยให้มีหลับลึก15-20เปอร์เซ็นต์ร่างกายนี้จะหลั่งฮอร์โมนโมนเมลาโทนินได้ดีฮอร์โมนหลับลึกได้ดีโกรทฮอร์โมนได้ดี

โดยจะเพิ่มภูมิต้านทาทนเยอะการต่อต้านเชื้อไวรัสจะดีตื่นมาตอนเช้าเลปตินหรือฮอร์โมรอิ่มจะเหมาะสมเราก็จะกินปกติ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  aesexy

หนึ่งทางเลือกของโปรตีนคนที่รักสุขภาพ

การดูแลร่างกายของเรานั้นทุกวันเราเลือดกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์กันเป็นส่วนมากกันใช่หรือไม่และโปรตีนจากธัญพืชมันก็ยังสามารถรับประทานได้ไม่แพ้กับเนื้อสัตว์เลยเช่นกันซึ่งคราวนี้เองพอได้เป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากจะมีครบไไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ เป็นปลา เป็นไข่ มีครบ9ตัวแต่ในโปรตีนพืชนั้นมันได้มีอยู่ไม่ครบซึ่งในบางอันมันก็จะมีบางตัวเท่านั้น

ที่ขาดไปและนั่นเองมันคือสิ่งสำคัญทำไมในอดีตโปรตีนจากสัตว์ถึงได้รับความนิยมมากกว่าโปรตีนพืชและพอเวลาได้ผ่านมาเนิ่นนานมนุษย์เราขยับตัวน้อยออกกำลังกายน้อยรับประทานเยอะอาหารเข้าถึงได้ง่ายก็รับประทานมากเกินไปเหมือนอย่างที่เราเคยได้บอกไปว่าปัจจุบันโลกทั้งโลกใบนี้ได้มีหลายประเทศมากที่กำลังผจญกับภาวะโรคอ้วนโจมตีประชาชนในชาติเช่นเมืองไทยเรา

เป็นประเทศที่มีโรคอ้วนอันดับ2ของอาเซียนที่จะก่อทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บหรือโรคNCDsเพียบเลยเราถึงได้พยายามที่จะปรับเราลองหันมารับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ให้น้อยลงดีไหมเพราะในโปรตีนของเนื้อสัตว์นั้นมันได้มีไขมันอิ่มตัวสูงแคลอรี่สูงรับประทานแล้วอ้วนงานทานแล้วไขมันเข้าไปเกาะกับหลอดเลือดทานแล้วไขมันในร่างกายไม่ดีส่วนใครที่มีผลเลือดดีนั้นปล่อยไปก่อนไม่ว่ากันคุณสามารถที่จะมีสิทธิ์รับประทานมันต่อได้ส่วนใครที่มีผลเลือดไม่ดีเช่น คอเลสเตอรอลสูงไตรกลีเซอไรด์สูงยูริกสูง น้ำตาลสูง ลองหัมมาปรับเปลี่ยนทางนี้ดูหน่อยมั้ย 

สำหรับโปรตีนพืช เปรียบเทียบด้วยน้ำหนักแล้วแคลอรี่น้อยกว่าไขมันดีเยอะกว่าไฟเบอร์มากกว่าแล้วในพืชก็ยังมีโปรตีนเรามาดูกันเลยว่ามันจะมีตัวไหนกันบ้างเราจะยกตัวอย่างมาให้ฟังเวลาที่เราได้รับประทานโปรตีนพืช การรับประทานอย่างที่จะทำให้กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน อย่างเช่นข้างกล้องจะมีกรดอะมิโนไธโอนีนสูง ไลซีนต่ำ กลับกัน ถั่วเลนทิลจะมีไลซีนสูง ไลซีนต่ำ

และในทางกลับกันถั่วเลนทิลจะมีไลซีนสุง เมโธโอนีนต่ำเราก็รับประทานคู่กันถ้าเรารับประทานข้าวกล้องกับถั่วตัวนี้กรดอะมิโนที่ไม่มีมันก็จะเข้าไปเสริมกันซึ่ง9ชนิดบางตัวที่เรานั้นได้ขาดมันไปมันก็จะเสริมขึ้นมาได้อันนี้มันก็ยังได้เป็นอีกหนึ่งทางเลือด

สำหรับสายที่อยากจะรับประทานโปรตีนอย่างเดียวแล้วกลัวยังมีความกังวลอยู่เราก็ปรับแบบนี้เอาได้คราวนี้เรามาถึงแหล่งอาหารซึ่งมันเป็นพืชตัวไหนที่เป็นโปรตีนพืชเยอะๆดีๆบ้างไล่ไปเลยวันนี้ก็คือข้าวกล้องหรือจะเป้นข้าวขาวก็ได้แต่จะเน้นไปที่ข้าวไม่ขัดสีมันจะดีกว่า

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  next88 ฝากเงิน

อาการหิวหรือว่าอยากกิน

เรานั้นเชื่อว่าสาวๆนั้นต้องเคยที่จะลดน้ำหนักแล้วต้องเจอกับความหิวที่ทำให้การกินของคุณนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมทั้งๆที่คุณนั้นก็เคยได้ยินมาว่าเมื่อคนอื่นนั้นเขานั้นลดน้ำหนักกันได้และก็ไม่หิว ซึ่งความจริงแล้วเรื่องที่หิวนั้นเป็นเรื่องที่ปกติไม่ได้แปลกอะไรซึ่งความหิวนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกันเพราะว่าทำให้เรานั้นกินอาหารอะไรนั้นก็อาร่อยและก็เรื่องจริงที่มีคนนั้นพูดว่าการที่เรานั้นหิวมากนั้นจะทำให้เรานั้นกินแบบว่าไม่มีลิมิตซึ่งจะทำให้เรานั้นรับพลังงานมากกว่าความจำเป็นแต่ว่าอย่าเพิ่งวิตกกังวลไปว่าชาตินี้จะลดน้ำหนักไม่ได้ซึ่งเรานั้นคิดว่าเรานั้นต้องมาเรียบเรียงกันใหม่ว่าความหิวจริงๆแล้วเกิดขึ้นจากอะไร 

รู้ก่อนทำให้ไม่หิว 

อาการหิวนั้นเป็นกลไกลของร่างกายเกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดของเรานั้นลดต่ำลงทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความหิวออกมากระตุ้นและก็ส่งสัญญาณให้กระเพาะอาหารจึงทำให้กระเพาะนั้นเกรงและเกิดอาการของการหิวมากขึ้นและก็จะมีเสียงร้องโครกครากที่เรานั้นเคยได้ยิน 

ซึ่งถ้าท้องของเรานั้นหิวเรานั้นก็ต้องหาอะไรเป็นเรื่องที่ปกติมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่ถ้าหากว่าไม่ใช่ความหิวละแต่ว่าเป็นแค่ความอยากกินที่บางคนนั้นก็สงสัยว่าแท้ที่จริงแล้วเรานั้นหิวหรือว่าแค่อยากกันแน่ 

ความหิวที่เกิดจากธรรมชาติของร่างกาย 

ความหิวที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติจะเกิดขึ้นจากความต้องการของร่างกายในยามที่ร่างกายมีปริมาณและพลังงานและก็มีปริมาณน้ำตาลลดต่ำลง โดยส่วนใหญ่นั้นจะเกิดจากการที่เรานั้นกินอาหารไปอย่างน้องหกชั่วโมงซึ่งนอกจากที่เรานั้นมีอาการหิวแล้วยังจะส่งสัญญาณให้เรานั้นรับรู้ว่าต้องการพลังงาน สารอาหาร  และก็วิตามินเป็นการด่วน ซึ่งส่วนมากนั้นเป็นอาการทางกาย ได้แก่  หน้ามืด  ตาพร่ามัว  มือสั่น ท้องร้อง แบบนี้เป็นต้น 

ความหิวที่เกิดจากทางด้านอารมณ์ หรือว่าอาการอยาก 

อาการอยากนั้นมักจะเกิดขึ้นเมื่อเรานั้นเห็นสิ่งที่ยั่วยวน อย่างเช่น รูป ภาพ สัมผัส การที่เรานั้นเห็นว่าเขาเอามาโฆษณาหรือว่าเรานั้นได้สัมผัสกลิ่นเวลาที่เราเดินผ่านร้านอาหาร และนอกจากนี้ก็คืออารมณ์ที่เกิดจากความอยากทั้งนั้นเลยเมื่อเรานั้นอยากเรานั้นจะมีประติกิริยาประมาณว่า เศร้าที่ไม่ได้กิน  เบื่อ โกรธ เครียดเพราะว่าอยากกินและเมื่อเรานั้นมีอารมณ์แบบนี้เรานั้นจะใช้ในการบำบัดอย่างเช่นกินเข้าไปและปัญหาที่ตามมาคือการทำให้เรานั้นเป็นโรคอ้วนและก็จะมีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

อาการของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

เคยได้ยินชื่อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มาสักพักแล้วแต่ไม่เคยมีใครในบ้านที่จะเป็นโรคนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้เคยอ่านบทความเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Aมาบ้างว่าจะมีลักษณะเหมือนกับไข้หวัดใหญ่ธรรมดานี่ล่ะ แต่อาการจะรุนแรงมากกว่า ทั้งปวดหัวมากกว่า ไข้ขึ้นสูงมากกว่า และจะป่วยนานมากกว่าและจะมีอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว ซึ่งอันที่จริงแล้วโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ไม่ได้น่ากลัวอะไรถ้ารีบรักษาเพียงแต่ที่น่ากลัวเพราะอาจจะมีการแทรกซ้อนของโรคอื่นๆเข้ามาได้

และเนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Aมีฤทธิ์ที่รุนแรงกว่าโรคไข้หวัดธรรมดา ผู้ป่วยจึงมักมีอาการอ่อนเพลียและหมดแรงมากกว่า อาการเริ่มแรกของการเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Aนั้นจะมีอาการเจ็บคอก่อนหลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการตัวร้อนเป็นไข้ ซึ่งไข้จะสามารถวัดได้ที่39 ถึง 40 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

และนอกจากมีไข้ขึ้นสูงแล้วจะมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ตามมาด้วยซึ่งอาการนี้เองทีมักจะทำให้ผู้ป่วยหมดแรง อ่อนเพลีย ไม่อยากอาหาร และลุกไปไหนไม่ไหว และยังมีอาการไอและมีน้ำมูกตามมาอีกด้วยซึ่งการรักษาก็เป็นการรักษาตามอาการคือกินยาตามอาการที่เป็นเช่นปวดหัวตัวร้อนก็กินยาลดไข้ยาแก้ปวดหัว และหากมีน้ำมูกก็กินยาลดน้ำมูก 

หากไอก็กินยาแก้ไขซึ่งการรักษาก็เหมือนกับการรักษาโรคไข้หวัดธรรมดาต่างกันตรงที่หากเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Aจะต้องกินยาต้านโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Aเข้าไปด้วยซึ่งหากใครที่ได้กินยาต้านโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ Aเข้าไปละก็จะหายจากอาการไข้เร็วมาก ทำให้คนไข้ไม่ต้องมาเจ็บปวดและทรมาน

หากไม่รักษาก็จะหายเองได้แต่ใช้เวลาในถึง 7วันด้วยกันเพราะโรคนี้จะมีระยะการฝักตัวค่อนข้างนาน ในช่วงนี้สภาพอากาศประเทศไทยค่อนข้างจะแปรปรวนและมีสิ่งสกปกติในอากาศเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมด้วยการใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งต้องไปเดินในชุมชนที่มีคนอยู่อย่างหนาแน่น เช่น ตามห้างสรรพสินค้ายิ่งควรจะปิดหน้ากากอย่างมากเพราะเราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครคนไหนที่มีอาการป่วยบ้าง

ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องรักษาตัวเองให้รอดปลอดภัยจากอันตรายจากโรคภัยรอบตัวของเรา โดยสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านและใช้เจลล้างมือเสมอเพราะบางครั้งเราอาจจะไปจับสิ่งสกปรกโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ

 

สนับสนุนโดย  alpha88 ดีไหม

เราจะต้องรับประทานอย่างไรให้พอดีกับร่างกายต้องการ

ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงในเรื่องของสุขภาพดีคนเราถ้าจะสุขภาพดีได้มันจะต้องมีน้ำหนักที่พอดีๆให้มันได้สมส่วนกับความสูงก็จะต้องใช้น้ำหนักที่เป็นกิโลหารด้วยความสูงเป็นเมตรยกด้วยกำลังสอง ซึ่งเราจะต้องมีการคำนวลกันนิดนึงเราถึงจะได้น้ำหนักที่มันพอดีและ นอกจากนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำหนักของเรานั้นมันพอดีแล้ว

และสัดส่วนมันพอดีเหมาะสมกันหมดแล้วและมีหนังท้องกล้ามเนื้อที่ครบแล้วและเราจะรู้มันได้อย่างไร ถ้าหากว่าเราไม่เอาในเรื่องของสูตรคำนวลแล้วละก็ เราจะต้องสังเกตุที่เส้นรอบพุง สำหรับผู้ชายก็ไม่น่าจะเกินที่ประมาณ90เซนติเมตรและสำหรับผุ้หญิงก็ไม่ควรจะเกินประมาณ80เซนติเมตร ซึ่งถ้าหากว่าผู้ชายหรือผู้หญิง

ถ้าได้เกินระดับนี้แล้วมันก็อาจจะเข้าข่ายเป็นโรคอ้วนได้เราควรที่จะต้องระวังให้ดีแต่ถ้าผู้ชายซิกแพคขึ้นและมันเกิน90เซนติเมตรเพราะกล้ามเนื้อมันก็ไม่เป็นไรใช่มั้ย สมมุติว่าเราเกินไปแล้วและเป็นโรคอ้วนไปแล้วมันจะมีผลอะไรต่อสุขภาพมันจะมีโรคภัยอะไรหรือป่าว

ซึ่งเราจะบอกเลยว่ามีแน่นอนเยอะแยะมากมาย ซึ่งลำดับแรกเลยที่เราได้พบเจอกันอยู่บ่อยๆเลยก็คือมันจะเป็นกลุ่มโรคที่ไม่ติดต่อที่มันจะมาเป็นชุดมาอีกตัวหนึ่งและอีกตัวมันก็จะตามมา ความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และ โรคเส้นเลือดในสมอง ตีบ แตก ซึ่งมันมีผลมาจากในตัวเราที่ได้มีไขมันในเลือดมากขึ้นมันจะทำให้กระบวนการเผาผลาญสารอาหารเสียไปมันก็อาจจะเกิดการสระสมไขมันเกิดการใช้น้ำตาลที่ไม่ดีซึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็จะเข้าไปสะสมในเส้นเลือดจากนั้นมันก็จะตามมาด้วยเส้นหลอดเลือดหัวใจหรือว่าหลอดเลือดในสมองได้ทั้งตีบและแตกมีความดันขึ้น

ซึ่งในกลุ่มนี้มันยังได้มีอย่างอื่นอีกเยอะสำหรับโรคอ้วนหรือโรคมะเร็งบางอย่างที่มันได้เพิ่มมากขึ้นแล้วก็อ้วนมากจริงๆเวลานอนหลับก็จะมีอาการกรนและมีการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้คนที่เป็นก็อาจจะเกิดเสี่ยงต่อโรคหัวใจวายเกิดโรคหลอดเลือดในสมองตามมาปวดข้อ ปวดข้อเข่าข้อเท้าข้อหลังมันก็จะตามมา

ซึ่งจะมีโรคต่างๆเหล่านี้ตามมาอีกเยอะมากเลยทีเดียวและทั้งหมดนี้ยังเป็นอาการสำหรับคนที่ได้เป็นโรคอ้วนและก็ยังมีอีกหนึ่งอย่างก็คือไขมันพอกตับหากกินเกินตับมันก็จะเป็นตัวเปลี่ยนอาหารที่มันเกินทั้งหมดไปเป็นไขมันและตามปกติแล้วมันก็จะต้องถูกส่งออกไปตามเนื้อเยื่อต่างๆตามพุงตามแขนตามขาแต่ถ้ามันสร้างมากและมันไม่สามารถส่งออกไปทันไขมันมันก็จะพอกไปอยู่ที่ตับ

 

ขอขอบคุณ  entaplay ดาวน์โหลด  ที่ให้การสนับสนุน

เปลี่ยนสีผมให้เข้ากับสไตล์

คนโดยทั่วไปนั้นจะมีสีผมดำธรรมชาติหรือน้ำตาลเข้มและแน่นอนว่าสิ่งที่เป็นธรรมชาตบางทีมันดูไม่สวยงามและไม่เข้ากับสไตล์ของเรานั่นเอง จึงต้องมีการทำสีผมหรือเปลี่ยนสีผมให้ได้ตามใจที่ต้องการหรือเปลี่ยนสีผมให้เข้ากับสไตล์เรานั่นเอง

ซึ่งการทำสีผมนั้นก็ต้องยอมรับในเรื่องความอ่อนแอของผมที่อาจจะเกิดขึ้น เพราะในการทำสีผมหรือเปลี่ยนสีผมนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเส้นผมไม่ว่าจะเป็นผมเสีย ผมขาดหลุดร่วงและผมชี้ฟู เพราะสิ่งที่สามารถเปลี่ยนสีผมเราได้นั้นเป๋นน้ำยาที่ทำมาจากสารเคมีซึ่งไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่เป็นอันตรายต่อเส้นผมนั่นเอง

แต่ในปัจจุบันเมื่อการทำสีผมเป็นที่นิยมในการทำมากขึ้น ก็มีการพัฒนาในเรื่องของน้ำยาหรือสารเคมีที่ใช้ในการเปลี่ยนสีผมให้ดี มีประสิทธิภาพและเน้นส่วนประกอบที่ทำมาจากธรรมชาติเพื่อลดสิ่งที่อาจจะไปทำลายสภาพผมในขณะทำสีนั่นเอง ซึ่งการนำส่วนประกอบทางธรรมชาติต่างๆเข้ามาผสมผสานนั้นก็ทำให้การเสียของเส้นผมนั้นลดลงได้จริง แต่แน่นอนว่าการใช้สิ่งที่เป็นธรรมชาตินั้นจะไม่ได้ได้ผลลัพท์ที่ดีมากหรือการติดทนเท่ากับสารเคมีนั่นเอง

การเปลี่ยนสีผมให้เข้ากับสไตล์เรานั้นสิ่งแรกที่ต้องรู้ก่อนว่าเรานั้นเป็นคนสีผิวอย่างไร เพราะบางครั้งการเปลี่ยนสีผมผิดสีก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนเป็นพังเช่นกัน เมื่อย้อมไปแล้วเกิดความไม่ถูกใจเพราะๆไม่ได้มีการวิเคราะห์สีผิวขิงตัวเองก่อนนั่นเอง ทำมให้เมื่อทำออกมาไม่เข้ากับสีผิวไม่พอแถมไม่เข้ากับสไตล์ด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราเป็นคนผิวขาว ซึ่งแน่นอนว่าคนผิวขาวนั้นะสามารถเปลี่ยนสีผมเป็นสีอะไรก็ได้ เพราะด้วยผิวที่ขาวจึงไม่เป็นอุปสรรคในการเลือกที่ผมนั่นเอง แต่ก็อาจจะต้อเลี่ยงในสีที่สว่างจนเกินไป

เพราะด้วยความขาวของเราแล้วนั้นเมื่อทำสีผมที่ส่าวเช่นสีบอร์นอ่อนนั้นอาจจะทำให้เราดูป่วยและไม่สดใสทำให้ไม่เข้ากับสไตล์เรานั่นเองดังนั้นแล้วสำหรับสีผมที่เหมาะกับสาวผิวขาวก็คือสีน้ำตาลเข้มสีโทนแดงมะฮอกกะนี ก็จะช่วยทำให้ดูสดใสและเข้ากับสไตล์เราด้วย

สำหรับคนที่มีผิวสองสีจนถึงคล้ำ ก็ต้องมีว่าสไตล์เรานั้นเป็นอย่างไร ถ้าเป็นคนที่มีสไตล์ชอบความเซ็กซี่ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นโทนสีบอร์นหรือสีน้ำตาลอ่อนก็ได้ เพราะสีแบบนี้นั้นจะสามารถช่วยในการขับผิวให้ดูขาวขึ้นได้และยังเป็นสีที่ซ่อนเสน่ห์น่าค้นหาด้วย และสาวผิวคล้ำอาจจะต้องเลี่ยงสีผมที่เป็นสีเข่มอย่างเช่น สีดำ เพราะจะทำมห้เรานั้นดูหมองลงนั่นเอง ดังนั้นแล้วการเลือกเปลี่ยนสีผมให้เข้ากับสไตล์ไม่ใช่เลือกเพียงสีเท่านั้นแต่จะต้องเลือกตามพื้นผิวของเราด้วยจึงจะทำให้การปลี่ยนสีผมนั้นออกมาสวยและดูดี

 

สนับสนุนโดย  next88 mobile

ประโยชน์จากการมองโลกในแง่บวก

การมองโลกในแง่ดีถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ค่อนข้างยากในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นยุคที่เดการแข่งขันสูงและมีการชิงดีชิงเด่นกันมากมาย ทำให้การที่เราจะสามารถมองโลกในแง่ดีได้นั้นก็อาจจะต้องใช้ความคิดจินตนาการและจิตใจที่ค่อนข้างเข้มแข็ง เพราะการมองโลกในแง่ดีนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งที่ใช้เพียงทัศนคติในแต่ละบุคคคลเท่านั้นแต่จะต้องสามารถคิดวิเคราะห์และสามารถแยกแยะเรื่องราวอย่างเป็นขั้นเป็นตอนได้อย่างดี

รวมถึงในเรื่องสุขภาพการมองโลกในแง่ดีนั้นจะสามารถช่วยส่งเสรอในเรื่องสุขภาพได้เป็นอย่างดีและจะสามารถสังเกตได้เลยว่าในปัจจุบันนี้นั้นคนที่มักมองโลกในแง่ดีนั้นโดยส่วนใหญ่จะมีวุขภาพที่ดีไม่เพียงสุขภาพทางกายเท่านั้นแต่สิ่งที่สำคัญในการมองโลกในแง่ดีจะสารถช่วยในเรื่องการทำให้สุขภาพทางใจของเรานั้นมีภูมิคุ้มกันและแข็งแรงด้วย

เรื่องแรกเลยนั้นจึงเป็นประโยชน์ทงด้านสุขภาพ เพราะสุขภาพแข็งแรงทางทางกายและใจก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นจะคิด วิเคราะห์ในขั้นตอนต่อๆไปได้ ซึ่งประโยชนทางด้านสุขในการมองโลกในแง่บวกนั้นถือเป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์ต่อผู้ที่มองโลกในแง่บวกโดยตรงและแระโยชน?โดยตรงนี้สามารถเป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ไปสู่คนอื่นๆได้นั่นเองไม่ว่าจะเป็น

ช่วยให้เราสามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ง่าย เมื่อเรามองโลกแน่แง่บวก เราจะลดความกดดันและฐิทิที่เรานั้นมีอยู่ภยในใจต่างๆลงได้ทำให้เรานั้นสามารถที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อคนรอบข่างได้โดยง่ายเพราะเราจะไม่คิดว่าคนรอบข้างนั้นกำลังแข่งขันหรือกำลังทำอะไรที่ทำให้เรานั้นดูด้อยกว่า คนที่มองโลกในแง่บอกนั้นจะคิดในส่วนนี้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเกิดจาดการกระทำของแต่ละคนนั้น ด้วยความคิดเช่นนี้จึงเป็นสิ่งที่เราจะไม่มีการปิดกั้นตัวเองให้เข้าไปอยู่ในสังคมแบบนั้นแต่จะมองว่าเป็นประโยชน์ถ้าหากเรานั้นได้พาตัวเองไปทำความรู้จักหรือสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อคนรอบข้างเพราะคนรอบข้างเหล่านี้นั้นอาจจะมีผลประโยขน์หรือสามารถที่จะช่วยเหลือเราได้ในอนาคต

ทำให้เราสามารถช่วยเหลือและแบ่งปันสิ่งต่างๆกับคนรอบข้างได้ เมื่อเรามองโลกในแง่บวกนั้นเราจะสามารถหยิบยื่นน้ำใจหรือสิ่งของให้กับคนรอบข้างโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนหรือการช่วยเหลือด้วยความเต็มใจไม่ว่จะเรื่องอะไรเรานั้นก็พร้อมที่จะช่วยเหลือคนรอบข้างอยู่เสมอ ซึ่งนี้นั้นถือ่าเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจะหายากในปัจจุบันเพราะการแข่งขันและความเห็นแกตัวที่เราต่างคนต่างมีนั่นเอง ดังนั้นเมื่อเรามีการมองโลกในแง่บวกสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ง่ายที่เรานั้นสามารถที่จะทำได้อย่างดี

ไม่ว่าจะเรื่องใดถ้าหากเรานั้นสามารถที่จะมองทุกอย่างบนโลกในด้านบวกเสมอ เชื่อว่าทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของคนเราในยุคนี้นั้นจะมีความแข็งรงและสามารถดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดีและสมดุลได้ด้วย การมองโลกในแง่บวกจึงไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ได้รับประโยชน์ในแง่ทัศนคติความคิดเท่านั้นแต่ยังเป็นสิ่งที่ส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของเราด้วย

 

สนับสนุนโดย  next88

รับประทานอาหารต้านทานโรคมะเร็ง

ถึงแม้ว่าการเสี่ยงสำหรับในการเป็นโรคมะเร็งที่มองเห็นได้อย่างแน่นอนจะเป็นในส่วนของเรื่อง “กรรมพันธุ์” เมื่อพบว่าในครอบครัว และก็ยังรวมทั้งเครือญาติมีผู้เป็นโรคมะเร็ง พวกเราก็มีการเสี่ยงที่จะเป็นโรคโรคมะเร็งประเภทนั้น ทั้งนี้นอกจากกรรมพันธุ์ การใช้ชีวิต วิถีชีวิต และก็อาหารที่พวกเรารับประทานเข้าไปนั้นมีความจำเป็นไม่แพ้กัน ต่อให้เป็นการเพิ่มหรือลดการเสี่ยงของโรค

แต่ว่ารับประกันได้ว่าถ้าหากพวกเราได้กินอาหารตามคำแนะนำของสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และก็ยา ซึ่งนอกเหนือจากที่จะช่วยลดการเสี่ยงโรคมะเร็งแล้ว ยังช่วยทำให้พวกเรามีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นซึ่งเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเห็นได้ชัด

วิธี รับประทานเพื่อ ต้านทานโรคมะเร็ง

-กินผักให้หลายสีเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางคุณประโยชน์อาหารให้แก่ตัวเอง

-กินผลไม้บ่อยๆ เพราะว่าในผลไม้มีวิตามิน เกลือแร่ รวมทั้งเส้นใยอาหารซึ่งจะช่วยในเรื่องระบบที่ทำการย่อยอาหาร และก็ระบบขับถ่าย

-กินธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี หรือมีการขัดสีน้อย เพื่อคงคุณประโยชน์ทางโภชนาการไว้แล้วก็คงเส้นใยจากธัญพืชซึ่งจะช่วยขับสารที่เป็นอันตรายต่อสภาพร่างกายออกไป รวมทั้งลดการเสี่ยงต่อโรคมะเร็งทางเดินอาหาร แล้วก็มะเร็งในลำไส้ใหญ่ ตัวอย่างเช่น ข้าวซ้อมมือ ขนมปังโฮลวีต ฯลฯ

-เพิ่มขั้นตอนสำหรับในการประกอบอาหารโดยใช้เครื่องเทศให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อได้รับแร่ธาตุ วิตามิน แล้วก็สารประกอบอื่นๆอาทิเช่น พริกไทย พริกแห้ง ขิง ขมิ้น อบเชย ยี่หร่า ลูกผักชี กระวาน กานพลู ฯลฯ

-กินน้ำผักผลไม้ เพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (ทานพร้อมกากจะเหมาะสมที่สุด)

-ทำกับข้าวให้ถูกทาง ตัวอย่างเช่น ไม่กระทำการปิ้งย่างอาหารชนิดเนื้อสัตว์จนกระทั่งไหม้เกรียม ไม่รับประทานอาหารครึ่งดิบครึ่งสุกโดยเฉพาะปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดที่มีเกล็ด และไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายๆครั้ง ฯลฯ

-หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันต่ำจากพืช แล้วก็จากสัตว์

-ลดปริมาณของการบริโภคเนื้อแดงเนื่องจากมีไขมันอิ่มตัวสูง

-ลดปริมาณของการรับประทานของกินดอง เนื่องจากอาจส่งผลให้ได้รับโซเดียมมากจนเกินความจำเป็น

การทานอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการข้างต้น ซึ่งจะช่วยลดการเสี่ยงสำหรับการเกิดโรคมะเร็ง แต่ว่าสำหรับในคนที่เป็นโรคมะเร็งอยู่แล้ว รวมทั้งผู้ที่มีการเสี่ยงจะเป็นโรคมะเร็ง (จากพันธุกรรม) ควรจะได้รับคำแนะนำจากหมอเพื่อได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องร่วมด้วย

หากอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงมากแล้วยังไม่ควบคุมอาหารหรือการกินในรูปแบบอื่นๆก็อาจจะส่งผลให้มีอาการที่แย่ลง หรืออาจจะทำให้ร่างกายของคุณนั้น เป็นโรคหนักขึ้นก็ได้เช่นกัน นั่นเท่ากับว่าการกินอาหารส่วนใหญ่แล้วหากรู้ว่าเป็นโรคอะไรก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้โรคเหล่านั้นหนักขึ้น

 

สนับสนุนโดย  entaplay