รู้หรือไม่ว่าถ้าเรานอนก็จะช่วยเราลดน้ำหนักได้เหมือนกัน

     หลายคนคงอาจจะงงเกี่ยวกับข้อความที่กำลังพูดถึงต่อไปนี้ว่าการนอนหลับนั้นจะช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ยังไงแต่จริงๆแล้วมันสามารถทำได้จริงๆนอกจากการออกกำลังกายแล้วการนอนก็สามารถทำให้เราผอมได้เหมือนกันก็อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าการที่เรานอนไม่เพียงพอหนีการที่เรานอนผิดเวลานอนดึกจนเกินไปมันจะส่งผลทำให้เราอ้วน

เพราะฉะนั้นในทางกลับกันหากเรานอนเพียงพอและนอนตรงช่วงเวลาที่มีการกำหนดไว้ให้กับร่างกายได้พักผ่อนมันก็ย่อมทำให้เราผอมได้เช่นเดียวกันนั่นเองซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่มีการพูดขึ้นมาลอยๆเท่านั้นแต่ว่าเคยมีการทำการวิจัยมาเรียบร้อยแล้วว่าหากเรานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเราก็จะสามารถควบคุมน้ำหนักตัวของเราไม่เพิ่มขึ้นได้เพราะจริงๆแล้ว

ถึงแม้ว่าในช่วงที่เรานอนหลับนั้นร่างกายของเราก็ยังคงมีการเผาผลาญพลังงานอยู่ที่เดียวกันเพียงแต่ว่าการเผาผลาญพลังงานนั้นอาจจะมีการเผาผลาญนอนก่อนช่วงที่เราตื่นขึ้นมาทำกิจกรรมนั้นเองแต่อย่างไรก็ตามเมื่อเรานอนหลับนั้นเราย่อมไม่ได้กินเพราะฉะนั้นเมื่อเราหยุดกินเราก็จะไม่อ้วนหลักการนี้เป็นหลักการง่ายๆที่ใครๆก็คิดได้เพราะถ้าหากว่าเรายังคงนั่งทำงานหรือนั่งดูซีรีย์อยู่เราก็สมัครหาอะไรมากินถึงแม้ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว

ก็ตามซึ่งการกินอาหารช่วงดึกๆนั้นก็จะส่งผลทำให้เราอ้วนขึ้นได้นั่นเอง แล้วถ้าเกิดว่าเราไม่นอนร่างกายของเราก็จะได้รับการพักผ่อนน้อยซึ่งมันก็จะทำให้เราไม่มีแรงที่จะออกกำลังกายเมื่อถึงเวลาในช่วงกลางวันเพราะเราจะรู้สึกว่าเราเพลียจากการนอนน้อยเองก็นอนน้อยแล้วเราก็เบื่อไม่อยากจะออกกำลังกายทำให้ร่างกาย

เราก็ไม่ได้มีการเผาผลาญแล้วพอเราเพลียเราก็อยากจะหาอะไรกินให้เรารู้สึกสดชื่นมากขึ้นยิ่งเรากินมากเท่าไหร่ก็จะทำให้เรายิ่งอ้วนมากขึ้นเท่านั้นเห็นไหมเขาว่าการที่เรานอนหลับนั้นสามารถช่วยเราได้เยอะหลายอย่างเลยทีเดียวในขณะเดียวกันหากเรานอนน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกายมันก็จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับชีวิตของเรา

เหมือนกันทั้งเรื่องของการดำเนินชีวิตที่ตื่นเช้ามาอาจจะทำให้รู้สึกเพลียแล้วไม่กระปรี้กระเปร่าทำให้งานนั้นไม่เดินเพราะว่าไม่กระชับกระเฉงอาจจะแอบงีบระหว่างวันส่งผลทำให้มีปัญหากับทางหัวหน้างานก็ได้และยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของเราเพราะส่งผลทำให้เราอ้วนได้เช่นเดียวกันดังนั้นทางที่ดีเราจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอโดยการนอนที่ดีนั้นควรจะนอนตั้งแต่สี่ทุ่มเป็นต้นไปแล้วก็ควรจะมีการนอนให้ครบ 6 ถึง 8 ชั่วโมงจะทำให้ร่างกายเราได้พักผ่อนได้มากที่สุด 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าsagame

วิธีการลดความอ้วนโดยไม่ต้องพึ่งยา 

ใครๆต่างก็ต้องการพี่จะผอมสวยหุ่นดีกันทั้งนั้นโดยหลายคนมักที่จะเลือกไปพึ่งยาลดน้ำหนักโดยเอาจริงๆแล้วการใช้ยาลดน้ำหนักนั้นถึงแม้บางครั้งอาจจะช่วยคุณได้แต่มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพร่างกายของเราเองดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการออกกำลังกายง่ายๆโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินจำนวนมากเลยกับการซื้อยาลดน้ำหนักเป็นการประหยัดเงินได้เยอะเลยค่ะวิธีจะเป็นยังไงแล้วจะต้องทำอะไรบ้างเดี๋ยวเราไปดูพร้อมกันเลย

หลายๆคนในช่วงตอนเช้า ขนมปังนมข้นหวาน หรือบางทีก็อาจจะเป็นซีเรียลรสช็อกโกแลต ซึ่ง การที่เรากินพวกขนมปังกับนมหรือซีเรียลรสช็อกโกแลตนั้นเป็นสิ่งที่จะทำให้เราควรได้ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือการหลีกเลี่ยงกินของพวกนี้โดยในตอนเช้าก็ควรที่จะกินเช่นโยเกิร์ตหรือไม่ก็เที่ยวก็ได้ค่ะจะต้องเป็นพวกซีเรียสที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นซีเรียลธัญพืชอะไรโดยเราจะกินนมด้วยนะคะทุกคนที่จะเป็นลมรถอัลมอนด์หรือธัญพืชเพื่อที่จะได้มีประโยชน์ต่อร่างกายและก็จะทำให้เราไม่อ้วนด้วยค่ะ  

สำหรับหลายๆคนนั้น เวลาที่หิวแต่ขี้เกียจจะกินข้าวส่วนใหญ่ก็จะหาขนมเลย์หรือลูกกวาดมากินเพื่อให้หายหิวกันแต่การที่กินอย่างนี้จะทำให้คุณอ้วนเพิ่มขึ้นมากดังนั้นสิ่งที่ต้องกินก็คือขนมอัลมอนด์หรืออาหารคลีนซึ่งจะทำอย่างนั้นก็จะทำให้ระบบในการย่อยอาหารทำได้ดีมากขึ้นและเมื่อเป็นอย่างนั้นเราก็จะผอมเร็วมากกว่าเดิมค่ะ 

หลายๆคนอาจจะรู้กันดีว่าอาหารไม่อร่อยก็ต้องใส่เครื่องปรุงเพิ่มรายการที่เราลงไปในอาหารนั้นแน่นอนว่ามันจะทำให้อาหารของเราอร่อยมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่ากับคุณหารู้ไม่ว่าการที่คุณนั้นได้ทำการใส่เครื่องปรุงไปอาจจะทำให้ตัวคุณเองนั้นอ้วนได้ดังนั้นทางที่ดีจะต้องกินของจืดเพื่อที่เราจะได้สามารถที่จะลดความอ้วนลงไม่กินของหวานเค็มหรือเผ็ดเพราะถ้ากินของเหล่านี้ก็จะทำให้เราอ้วนได้หรือที่หลายคนมักจะเรียกกันว่าตัวบวมนั่นเอง

 อีกวิธีนึงนั่นก็คือหลายๆคนอาจจะรู้กันดีว่าตัวเองยังไม่ชอบกินผักโดยเฉพาะคนที่ต้องการลดน้ำหนักหักลดน้ำหนักไม่ได้นั่นก็คือเพราะว่าคุณไม่กินผักด้วยนั่นเองโดยคุณควรที่จะกินผักกับอาหารทุกๆมื้อไม่ว่าจะเป็นไก่ทอดก็ต้องกินผัก หรือแม้แต่ถ้าให้ดีเลยก็ควรที่จะเวลากินน้ำก็กินผักด้วยเนื่องจากถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะทำให้ร่างกายของเรามีการกินผักเข้าไปเยอะนั้นจะทำให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรงระบบการย่อยอาหารก็จะทำให้ดีมากขึ้นทำให้อาการบวมน้ำของคนหลายๆคนลดลงจนกลายเป็นคนที่หุ่นดีได้

  เห็นไหมคะว่าวิธีง่ายๆนี้สามารถทำได้ง่ายๆโดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียเงินกับการซื้อยาลดน้ำหนักเลยค่ะทุกคนสามารถลองนำวิธีนี้ไปใช้กันได้นะคะรับรองไม่สิ้นเปลืองเงินแน่นอนค่ะ

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน csgo

มาทำความรู้จักโรคอีสุกอีใสกันเถอะ

          สำหรับโรคอีสุกอีใส เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็นโรคนี้กันมาบ้างแล้ว โดยส่วนใหญ่โรคนี้มักจะเป็นตอนเด็กๆ โดยจะเป็นในกลุ่มคนที่อายุน้อยกว่า15 ปีเป็นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง  แต่ในบางครั้งในวัยผู้ใหญ่ก็พบว่ายังคงมีคนเป็นโรคนี้กันอยู่บ้าง  ซึ่งโรคนี้ถือว่าเป็นโรคติดต่อกันทางผิวหนัง ซึ่งจะมีลักษณะเป็นตุ่มใสๆเล็กๆ ขึ้นตามตัว

           คนที่เป็นโรคอีสุกอีใส มักมีอาการเป็นไข้ต่ำๆก่อน จะรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัวและเจ็บคอ หลังจากนั้นจะเริ่มมีผื่นขึ้นเป็นสุดสีแดงเล็กๆ ตามร่างกาย โดยขึ้นทั้งใบหน้า ลำตัว หน้าอก รวมถึงอวัยวะเพศ บางคนเป็นมากคือเป็นทุกที่ในร่างกายเลยก็มี   ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2-4 วันพวกผื่นแดงเหล่านี้ก็จะเริ่มเป็นตุ่มพอง มีน้ำใสๆอยู่ข้างใน สำหรับโรคอีสุกอีใสนั้นทางโรงพยาบาลมีวัคซีนป้องกันโรคชนิดนี้ ซึ่งจะสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุครบ 1 ปี  แต่ก็พบว่ามีบ้างครั้งที่คนที่เคยฉีดวัคซีนป้องกันไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นโรคนี้หรือติดโรคนี้มาจากคนข้างเคียงก็มี  โดยส่วนใหญ่แล้วถ้ามีการฉีดวัคซีนป้องกันเอาไว้แล้ว อาการรุนแรงของโรคจะน้อยลง

           เชื้อวีซีวี คือเชื้อโรคที่ทำให้เกิดเป็นโรคอีสุกอีใสขึ้น  สามารถแพร่กระจายได้จากการสัมผัสแผลของผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้โดยตรง โดยจะได้รับเชื้อจากการไอ จาม หรือการหายใจเอาเชื้อโรคเข้าไป  จากทางน้ำลาย   ผู้คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้จนกว่าจะมีตุ่มใสๆขึ้นตามตัว และโรคนี้จะมีระยะเวลาฟักตัวประมาณ 10-21วัน ก็จะหาย  ซึ่งระหว่างนี้ผู้ป่วยสามารถแพร่กระจายเชื้อโรคไปให้คนอื่นได้ง่ายและรวดเร็วด้วย จึงไม่ควรออกไปข้างนอกบ้าน

          สำหรับการรักษาโรคนี้นั้น โดยปกติแล้วมักจะไม่ต้องทำอะไร เพียงรักษาตามอาการคือมีตุ่มคันก็ทายาคาลาไมน์แก้คัน ปวดหัว เป็นไข้ก็ทานยาลดไข้ เนื่องจากโรคชนิดนี้ไม่ได้ร้ายแรงอะไร สามารถดูแลรักษาด้วยตนเองได้ แต่ถ้าเป็นเด็กเล็กมากๆหรือเป็นในผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ควรไปพบแพทย์ให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดอีกทีเพราะในกลุ่มเด็กเล็กและผู้หญิงมีครรภ์ร่างกายจะอ่อนแอกว่าคนปกติ ทำให้อาจมีโรคอื่นแทรกซ้อนข้ามาได้    เช่น การติดเชื้อแบคที่เรียที่ผิวหนังหรือเนื้อเยื่อ โรคปอดบวม โรคสมองอักเสบ รวมถึงภาวการณ์ขาดน้ำหรือแม้แต่การติดเชื้อในกระแสเลือด ก็อาจเกิดขึ้นได้ 

            สำหรับการป้องกันโรคนี้คือการฉีดวัคซีนป้องกันโรค โดยจะต้องฉีด 2 เข็มโดยฉีดเข็มแรกเมื่ออายุประมาณ 1 ปีและเข็มที่สองเมื่ออายุประมาณ 4 ปี

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame66

ผู้ช่วยไม่ให้ฟันเหลือง      

   ปัญหาเรื่องฟันเกิดคราบสีเหลือง เป็นปัญหาที่พบเจอกันเป็นประจำ ซึ่งเราทราบอยู่แล้วว่าเกิดจากการที่เราทานอาหารและเครื่องเดิม เช่น ชา กาแฟ ผลไม้สีเข็ม แอลกอฮอล์ น้ำอัดลม หรือไม่แต่ขนมหวานเข้าไป ซึ่งอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดคราบสีเหลืองที่ฟันทั้งสิ้น แต่เราก็ไม่สามารถปฎิเสธได้ว่า อันที่จริงปัญหาเราทราบ

ทางแก้ไขหรือวิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาฟันเหลืองเราก็รู้ แต่เราทำกันไม่ได้ เพราะอาหารที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดฟันเหลืองนั้น ก็เป็นอาหารและเครื่องดื่มหลักๆที่ทุกคนชอบกินกันเป็นประจำ บางรายการเช่น ชา กาแฟ บางคนขาดไม่ได้ต้องกินทุกวันกันเลยที่เดียว

ดังนั้น เราควรหาตัวช่วยที่จะช่วยให้ฟันของเราขาว อยู่เสมอ นอกจากวิธีการที่เราต้องงดกินของเหล่านี้ หรือการที่เราจะต้องเสียเงินไปขัดสีฟันให้ขาวสะอาด ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยดูแลฟันของเราได้เบื้องต้นก็คือ ยาสีฟัน ยาสีฟันมีคุณสมบัติหลายแบบ บางอย่างเน้นฟันขาว บางอย่างลดอาการเสียวฟัน เน้นเรื่องกลิ่นปาก และบางอย่างก็มีคุณสมบัติขจัดคราบชา กาแฟ ด้วย เรามาดูกันว่ามียาสีฟันอะไรบ้างที่จะสามารถช่วยเราแก้ไขปัญหาคราบฟันเหลืองให้ดีขึ้นได้บ้าง

  1. ยาสีฟัน Sparkle Coffee & Tea Drink
  2. ยาสีฟัน Zact
  3. ยาสีฟัน Giffarine Bamboo Charcoal 
  4. ยาสีฟัน Ora2 Premium Stain Clear
  5. ยาสีฟันเซ็นโซดายน์ รีแพร์ & โพรเทคท์ไวท์เทนนิ่ง
  6. ยาสีฟัน Medent Charcoal
  7. ยาสีฟัน Good Bye Kibami
  8. ยาสีฟัน Himalaya Stain Removal Toothpaste 
  9. Dentiste
  10. Hydent
  11. Colgate Optic white
  12. Colgate white now
  13. Darlie Expert white
  14. Crest 3D vivid Toothpaste
  15. Glister Multi Action Toothpaste

เมื่อเราทราบรายชื่อยาสีฟันที่จะช่วยให้ฟันเราสะอาด ลดคราบเหลืองในฟันได้เรา เรามาดูวิธีการแปรงฟันแบบถูกวิธีกันบ้างว่าควรแปรงอย่างไร  การแปรงฟันควรแปรงอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น ครั้งละ 2-3 นาที โดยเริ่มแปรงด้านบนก่อนแล้วค่อยแปรงด้านล่างแล้วค่อยย้ายไปแปรงด้านในของฟันด้านบนแล้วค่อยตามด้วยฟันด้านในของข้างล่าง ที่สำคัญแปรงฟันด้านข้างในปากให้สะอาด และให้แปรงลิ้นด้วย หลังจากนั้นค่อยบ้วนปากให้สะอาดอีกครั้ง

การเลือกแปรงสีฟันก็มีผลต่อสุขภาพฟันและปากของเรา เราควรเลือกแปรงที่มีขนแปรงอ่อนนุ่ม สามารถแทรกไปตามร่องฟันได้เพื่อให้เราได้ทำความสะอาดร่องฟันได้อย่างสะอาดเผื่อมีเศษอาหารติดตามร่องฟัน แต่ถ้าใครจะลองใช้ที่แปรงฟันไฟฟ้าดูก็ได้ เพราะจะช่วยให้เราทำความสะอาดฟันได้สะอาดหมดจดกว่า แต่แปรงสีฟันไฟฟ้าค่อนข้างมีราคาสูง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame

แค่เรื่องปวดหัวโรคภัยที่เป็นกันได้ทุกคน

          หลายๆคนคงเคยปวดหัวกันมาก่อน ทั้งการปวดหัวเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ เรื่องรถติดก็ทำให้เราปวดหัวได้ คนบางคนปวดหัวบ่อยแทบจะเป็นทุกวันกันเลยก็มี อาการปวดหัวจะพบได้กับทุกคนทุกเพศโดยส่วนมากที่จะปวดหัวจะเริ่มเป็นตั้งแต่เรียนประถมกันเลยที่เดียว 

          การปวดหัวเป็นอาการปวดที่บริเวณหัว ซึ่งทางการแพทย์บอกว่าเกิดจากเนื้อเยื่อและกะโหลกศีรษะและสมองเกิดอาการอักเสบ ซึ่งอาการปวดจะมาจากเส้นประสาทที่หัว กล้ามเนื้อปาก อันที่จริงแล้วอาการปวดหัวเกิดขึ้นได้ทุกวันซึ่งไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงอะไร    ส่วนสาเหตุของการปวดหัวก็อย่างที่กล่าวตอนต้นเลยคือ สาเหตุมาจากความเครียด เครียดสะสม ปวดไมเกรน หรือมาจากไซนัสอักเสบจึงทำให้ปวดหัว เป็นไข้หวัดก็ปวดหัว  เมาค้างก็ปวดหัว หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆเช่นเป็นเนื้องอก ก็ทำให้ปวดหัวได้เหมือนกันการปวดหัวเป็นอาการปวดที่บริเวณหัว

ซึ่งทางการแพทย์บอกว่าเกิดจากเนื้อเยื่อและกะโหลกศีรษะและสมองเกิดอาการอักเสบ ซึ่งอาการปวดจะมาจากเส้นประสาทที่หัว กล้ามเนื้อปาก อันที่จริงแล้วอาการปวดหัวเกิดขึ้นได้ทุกวันซึ่งไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงอะไร    ส่วนสาเหตุของการปวดหัวก็อย่างที่กล่าวตอนต้นเลยคือ สาเหตุมาจากความเครียด เครียดสะสม ปวดไมเกรน หรือมาจากไซนัสอักเสบจึงทำให้ปวดหัว เป็นไข้หวัดก็ปวดหัว  เมาค้างก็ปวดหัว หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆเช่นเป็นเนื้องอก ก็ทำให้ปวดหัวได้เหมือนกัน

สำหรับวิธีการรักษาอาการปวดหัวทำได้คือรับประทานยา และรักษาตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวเช่น

     ปวดหัวเพราะนอนดึก เครียดเรื่องงาน  เรื่องส่วนตัว หรือแม้แต่เมาค้าง การรักษาก็เพียงทานยาเช่น ไทลินอล  และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอที่สำคัญอย่านำปัญหามาสุมไว้กับตัวเองควรมีการระบายซะบ้าง

     ปวดหัวเพราะมีโรคภัยไข้เจ็บ เช่น เป็นไซนัส เป็นเนื้องอก ก็ต้องรักษากับแพทย์โดยตรง เพราะโรคเหล่านี้จะต้องใช้ยาเฉพาะทางในการรักษา 

     อันที่จริงอาการปวดหัวธรรมดา แค่เพียงเราพักผ่อน ไม่เครียด ทานอาหารที่มีประโยชน์ก็จะช่วยให้เราปวดหัวน้อยลงแล้ว แต่ถ้ามีอาการปวดหัวมากและมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ต่อการทำงานควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจรักษา

          สำหรับการป้องกันอาการปวดหัวนั้น เป็นอะไรที่ง่ายมากที่ทุกคนทราบ แต่ทำกันไม่ได้เลย นั้นคือ การผักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึก ไม่เครียด ไม่เอาปัญหาทุกอย่างมาสุมไว้กับตัวเองคนเดียว ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและไม่รับประทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน แค่นี้คุณก็จะห่างไกลจากโรคปวดหัวแล้ว 

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

หลายคนข้องใจกินน้ำประปาจะตายไหมอันตรายหรือไม่เรามีคำตอบค่ะ 

         เชื่อว่าคงมีคำถามเกิดขึ้นในใจของคนหลายๆคนเกี่ยวกับเรื่องของการดื่มน้ำประปา เนื่องจากตั้งแต่สมัยโบราณอาการมาแล้วพ่อแม่เราก็มีการสั่งสอนออกมาว่าการกินน้ำประปานั้นเป็นอันตรายเพราะน้ำประปานั้นมีการใส่สารคลอรีนเข้าไปซึ่งสารนี้จะก่อให้เกิดอันตรายในร่างกายแต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้หลายๆประเทศนั้นก็นิยมนำน้ำประปามาเป็นน้ำดื่มให้กับประชาชนของตนเอง

เช่นเดียวกันซึ่งน้ำประปาในปัจจุบันนั้นได้มีการออกมารับรองเรียบร้อยแล้วว่าสามารถดื่มกินได้ซึ่งเราจะเห็นได้จากต่างประเทศนั้นที่ไหลครัวเรือนพากันดื่มน้ำจากน้ำประปานั่นเองอย่างไรก็ตามประเทศไทยเองก็ได้มีการออกมาประกาศจากการประปานครหลวงรวมถึงการประปา ส่วนภูมิภาคกันออกมาแล้วโดยทางการประปาเองก็ได้มีการทำสื่อโฆษณาออกมาเชิญชวนให้ประชาชนดื่มน้ำประปากันโดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินไปซื้อน้ำขวดให้เปลืองเงินเลยกันทีเดียว

โดยน้ำประปานี้มีการการันตีออกมาแล้วว่าปลอดภัยไร้สารอันตรายแน่นอนซึ่งกระทรวงสาธารณสุขเองหรือแม้แต่องค์กรอนามัยโลกเองก็ยืนยันออกมาแล้วว่าสารคลอรีนที่มีการผสมเข้าไปในน้ำประปานั้นไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใดอีกทั้งยังสามารถช่วยฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวซึ่งถ้าหากใครที่ไม่ชอบกลิ่นของสารคลอรีนนั้นวิธีการแก้ไขก็ทำได้ง่ายๆเลยค่ะก็คือการเอาน้ำประปามาลองไว้ในขวดหรือการใส่โอ่งก็ได้หลังจากนั้นก็ทิ้งน้ำนั้นไว้ประมาณสัก 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง

รับรองเลยว่ากลิ่นของคลอรีนก็จะหายไปแล้วเราก็จะสามารถกินน้ำประปาได้ตามปกติเหมือนเราซื้อน้ำจากขวดของบริษัทขายน้ำต่างๆเลยทีเดียวแต่ถ้าหากใครยังไม่พอใจยังเกรงในเรื่องของอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากสารปนเปื้อนจากน้ำประปาสามารถที่จะไปทำการซื้อเครื่องกรองน้ำแล้วนำน้ำประปามาทำการกรองและกินได้อีกต่อหนึ่ง

ซึ่งแน่นอนว่าถ้ามีเครื่องกรองน้ำแล้วเราก็ทั้งกลิ่นทั้งสีของน้ำประปานั้นไม่มีมารบกวนคุณอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามใครที่ใช้เครื่องกรองน้ำก็ควรจะมีการทำความสะอาดเครื่องกรองน้ำอยู่เป็นสม่ำเสมอเพราะอาจจะมีสนิมภายในเครื่องกรองน้ำซึ่งอาจจะทำให้เรากินเชื้อโรคจากสนิมที่เกิดมาจากเครื่องกรองน้ำก็ได้ดังนั้นหากใครที่มีการกินน้ำประปาหรือกินน้ำ

จากเครื่องกรองน้ำแล้วก็ถ้าต้องการให้ปราศจากเชื้อโรคจริงๆก็นำน้ำมาต้มให้เดือดประมาณ 3-5 นาทีโดยให้อุณหภูมิของน้ำนั้นอยู่ที่ประมาณ 100 องศาเซลเซียสแค่นี้ก็จะสามารถดื่มน้ำได้และยังคงได้รับประโยชน์จากน้ำที่มีแร่ธาตุสูงสุดได้อีกด้วยค่ะเพราะฉะนั้นยืนยันได้ว่ากินน้ำประปาไม่อันตรายและไม่ตายแน่นอนค่ะ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน  เว็บพนันออนไลน์

การดื่มน้ำเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด

การดื่มน้ำเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดควรจะเลือกดื่มน้ำในเวลาไหนดีที่สุด 

          หลายคนคงจะสงสัยกันว่าเรามีความรู้มาว่าการดื่มน้ำนั้นควรจะดื่มให้เพียงพอกับปริมาณที่ร่างกายของคนเรานั้นต้องการซึ่งหลายคนอาจจะมีการศึกษาข้อมูลมาบ้างแล้วว่าแต่ละช่วงวัยอายุนั้นมีความต้องการน้ำที่แตกต่างกันออกไปในเรื่องของปริมาณน้ำแต่ก็ยังคงมีข้อสงสัยเพิ่มเติมกันอีกใช่ไหมคะว่าแล้วเราควรจะกินน้ำช่วงเวลาไหนบ้าง

ที่จะทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับประโยชน์สูงสุดจากการกินน้ำในครั้งนั้นเพราะมีหลายคนบอกมาว่าแล้วควรจะกินน้ำเปล่านั้นตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมาก็กินเลยโดยที่เราไม่ต้องแปรงฟันกินน้ำผสมขี้ฟันเข้าไปได้เลยไม่มีอันตรายใดๆกับก่อนนอนแล้วก็ต้องกินน้ำเข้าไปเพื่อให้ร่างกายได้มีน้ำเล็กน้อยในช่วงที่เรานอนหลับจะส่งผลให้ร่างกายของเราไม่ขาดน้ำ

ไม่ทำให้เราเป็นโรคไหลตายซึ่งข้อมูลเหล่านี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นข้อมูลที่เท็จจริงมากน้อยแค่ไหนเนื่องจากเป็นการพูดกันปากต่อปากดังนั้นวันนี้เราจะมาให้ข้อมูลที่ถูกต้องและชัวร์แน่ๆให้คุณเอาไปใช้ปรับการกินน้ำในชีวิตประจำวันเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการกินน้ำในครั้งนี้นั้นเอง

   สำหรับการเลือกการดื่มน้ำนั้นเราควรจะมีการดื่มน้ำตั้งแต่เราเริ่มตื่นนอนขึ้นมาเลยค่ะโดยเมื่อเราตื่นนอนเข้ามาครั้งแรกนั้นควรจะดื่มน้ำในปริมาณ 1 แก้วซึ่งที่เราให้ดื่มน้ำในช่วงเช้าตั้งแต่ตื่นนอนนั้นก็เพื่อที่น้ำที่เรากินเข้าไปจะไปชำระล้างขจัดสารพิษออกจากร่างกายของเราโดยจะได้ให้เราขับถ่ายปัสสาวะออกมาในช่วงเช้าก่อนที่เราจะไปทำงานหลังจากนั้นเมื่อเราอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะเราก็จะกินน้ำอีกครั้งนึงอีก 1 แก้วเข้าไปค่ะเพื่อจะช่วยให้เราลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้นะคะ

สำหรับการกินน้ำในมื้อต่อจากการหลังอาบน้ำไปแล้วและอย่างไรก็ตามก่อนที่เราจะกินข้าวทุกมื้อเราควรจะต้องมีการกินน้ำในปริมาณ 1 แก้วเข้าไปก่อนที่เราจะกินข้าว 30 นาทีค่ะเพื่อที่เรานะคะจะได้ดื่มน้ำเข้าไปช่วยให้น้ำเข้าไปช่วยกันทำงานภายในร่างกายก่อนที่เราจะมีการกินอาหารเข้าไปเช่นไปช่วยในเรื่องของระบบการย่อยอาหารต่างๆนะคะและหลังจากที่เรากินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะอย่าเพิ่งดื่มน้ำรอสักประมาณ 1 ชั่วโมงหลังจากนั้นกินน้ำอีก 1 แก้ว

เข้าไปค่ะทั้งนี้เพื่อจะเป็นการช่วยให้อาหารที่เรากินเข้าไปนั้นได้ดูดซึมเข้าไปในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพเราไม่ควรที่จะกินน้ำหลังจากที่กินข้าวอิ่มเลยนะคะเพราะว่ามันจะไปทำการเจือจางสารอาหารที่เราเพิ่งกินเข้าไปในอาหารมื้อนั้นของเราค่ะทำให้เราได้รับสารอาหารน้อยเกินไปนั่นเองนะคะดังนั้นเราจึงต้องควรเว้นระยะในการดื่มน้ำหลังจากกินข้าวนั่นเองค่ะและที่สำคัญนะคะในระหว่างวันเราก็ควรจะต้องมีการจิบน้ำบ่อยๆเพื่อให้ร่างกายของเรานั้นได้รับน้ำอยู่สม่ำเสมอนะคะ

โดยที่ไม่จำเป็นต้องกินน้ำในปริมาณเยอะมากนักแค่เพียงผิดเท่านั้นแต่ควรจะต้องจิบเรื่อยๆค่ะเพื่อไม่ให้ร่างกายของเราขาดน้ำและที่สำคัญค่ะก่อนนอนเราก็จำเป็นต้องดื่มน้ำก็ต้องมีแก้วนึงค่ะเพื่อที่น้ำที่เรากินเข้าไปก่อนนอนนี้นะคะจะได้ไปทดแทนในช่วงที่ก่อนนอนนั้นเราได้มีการฉี่ออกไปเรียบร้อยแล้วค่ะรับรองเลยค่ะว่าถ้ากินน้ำในแบบที่แนะนำไปนี้นะคะร่างกายจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการกินน้ำแน่นอนค่ะ

 

ขอขอบคุณ  เว็บพนัน จ่ายจริง  ที่ให้การสนับสนุน

ดื่มน้ำเปล่าแล้วมีประโยชน์แต่ดื่มเท่าไหนล่ะที่ร่างกายจะเพียงพอ

        เคยได้ยินกันไหมเขาว่าการที่เราดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการนั้นจะช่วยให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดื่มน้ำในครั้งนั้นแต่เมื่อใดก็ตามที่เรากินน้ำมากจนเกินกับความต้องการของร่างกายก็สามารถเกิดโทษกับร่างกายของเรา

ได้เช่นเดียวกันซึ่งโทษที่เกิดจากการกินน้ำมากเกินไปนั้นก็จะทำให้ร่างกายของเรามีอาการน้ำเป็นพิษได้ซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายของเราบวมน้ำมากจนเกินไปนั่นเองในขณะเดียวกันหากมองว่าการกินในปริมาณที่เพียงพอนั้นจะช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากการดื่มน้ำทั้งในเรื่องของการทำให้ร่างกายแข็งแรงการบำรุงผิวพรรณเกี่ยวกับเรื่องของการขับของเสียของเหลวออกจากร่างกาย

ผ่านทางเลือกและกระเพาะปัสสาวะการแก้ปัญหาอาการท้องผูกและยังช่วยในเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายของเราไม่ให้ร้อนจนเกินไปสารพัดประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการกินน้ำเข้าไปนั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำที่เรากินเข้าไปนี้ตอนนี้พอกับร่างกายของเราแล้วหรือไม่เพราะอย่าลืมว่าคนแต่ละคนแต่ละช่วงอายุนั้นปริมาณการรับสารอาหารนั้นย่อมไม่เท่ากัน

ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูข้อมูลเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการดื่มน้ำว่าอายุเท่าไหร่ควรจะรับปริมาณน้ำเข้าไปเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมดีที่สุดเพื่อที่จะทำให้เราไม่กินน้ำน้อยจนเกินไปและไม่ได้กินน้ำมากเกินไปนั่นเอง

          เรามาดูกันค่ะว่าช่วงวัยอายุเท่าไหร่ควรกินน้ำเท่าไหร่โดยเริ่มจากคนที่มีอายุระหว่าง 4 ถึง 8 ขวบแนะนำว่าการกินน้ำนั้นควรจะกินอยู่ที่ประมาณ 5 แก้วต่อวันเท่านั้นก็เพียงพอแล้วแต่เมื่อใดก็ตามที่คุณมีอายุมากขึ้นระหว่าง 9 ขวบถึง 13 ขวบแล้วแล้วก็การดื่มน้ำของคุณควรจะเพิ่มมากขึ้นโดยเพิ่มปริมาณเป็น 8 แก้วต่อวันและเมื่ออายุเพิ่มขึ้นไปเป็น 14 ขวบถึง 18 ขวบ

นั้นปริมาณน้ำก็ยอมเพิ่มมากขึ้นเป็น 8-11 แก้วต่อวันและเพราะอายุ 19 ขวบขึ้นไปปริมาณน้ำที่ต้องการของร่างกายก็จะอยู่ที่ประมาณ 9 แก้วต่อวันแต่ถ้าหากเป็นผู้ชายอายุ 19 ขวบขึ้นไปปริมาณน้ำที่ต้องการของร่างกายจะกลายเป็น 13 แก้วต่อวันเห็นไม่ค่อยว่าแต่ละช่วงอายุนั้นร่างกายของคนเราต้องการน้ำในปริมาณที่ไม่เท่าเทียมกัน

และยังแยกออกเป็นชายและหญิงด้วยโดยฝ่ายชายนั้นจะต้องการน้ำเข้าไปในร่างกายมากกว่าฝ่ายหญิงเนื่องจากว่าฝ่ายชายนั้นส่วนใหญ่จะทำงานหนักและมีเหงื่อออกเป็นจำนวนมากดังนั้นเมื่อสูญเสียน้ำออกจากร่างกายมากเราจึงต้องควรเติมน้ำเข้าไปให้ร่างกายเพื่อที่จะได้มีน้ำในร่างกายให้สมดุลกันนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

โรคเบาหวานเกิดขึ้นจากอะไร

วันนี้ทางเว็บ bk8 คาสิโน  ของเราจะมาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังถึงโรคอีกโรคหนึ่งที่มันหน้าสนใจมากเลยทีเดียวซึ่งในโรคนี้คนก็ได้เป็นกันเยอะมากกจะประมาณ10%ของประชากรคนทั่วโลกซึ่ง100นึงจะต้องมีคนที่เป็นโรคนี้อยู่ประมาณ10คนและโรคที่เรากำลังจะพูดให้เพื่อนๆฟังกันในวันนี้ก็คือโรคเบาหวาน

เพราะฉะนั้นใครที่มีญาติหรือว่าตัวคุณเองเป็นก็ตามที่ได้เป็นเบาหวานอยู่ลองอ่านเทคนิคนี้ดู แต่ก่อนที่เราจะไปพูดเรื่องเบาหวานนั้นก่อนอื่นเลยเพื่อนก็จะต้องเข้าใจก่อนเลยว่าเข้าใจถึงน้ำตาลในเลือดก่อน โดยปกติแล้วน้ำตาลนั้นมันได้เป็นสิ่งที่มันจำเป็นในร่างกายของเราเพราะว่าน้ำตาลมันเป็นแหล่งของพลังงานโดยทั้งหมดไม่ว่าเราจะไปเรียนหนังสือไม่ว่าจะไปทำงานหรือไปเล่นกีฬาออกกำลังกายอะไรต่างๆหรือแม้แต่กิจวะประจำวัน ซึ่งร่างกายของคนเรานั้นได้ใช้พลังงานจากน้ำตาลการที่เรานั้นได้มีความจำเป็นที่เรานั้นจะต้องมีน้ำตาลเพื่อเข้าไปสู่ในร่างกายของเรา

ซึ่งน้ำตาลในร่างกายของคนเรานั้นมันได้มาจากสองแหล่ง แหล่งที่หนึ่งก็คือจากการที่เรานั้นรับประทานมันเข้าไป แน่นอนแล้วว่าอาหารต่างๆพอได้กินเข้าไปเวลาที่เรานั้นจะใช้พลังงานร่างกายของเรานั้นจะเข้าไปเปลี่ยนรูปแบบให้กลายเป็นกลูโคสเพื่อที่จะให้เซลล์นั้นได้มานำเอาพลังงานตรงส่วนนั้นนำเอาไปใช้ซึ่งก็จะเอาน้ำตาลตรงนั้นไม่ใช้ได้และนี่มันก็เป็นเรื่องของการกินเข้าไปทีนี้สำหรับคนที่ไม่ได้กินอาหารหรือว่าขาดอาหารน้ำตาลในร่างกายของเรานั้นมันก็ยังจะมีอยู่

แต่ว่ามันจะไม่ได้เกิดมาจากการที่เรานั้นกินมันเข้าไปมันจะเกิดมาจากที่ร่างกายของเราเองนั้นมันพยายามที่จะเปลี่ยนตัวไกลโคเจน ซึ่งไกลโคเจนนั้นมันได้เป็นตัวพลังงานที่สำรองของตัวเรา ซึ่งพลังงานสำรองของเรานั้นพอร่างกายของเรานั้นได้ขาดน้ำตาลตับของเรานั้นมันก็จะทำการเปลี่ยนไกลโคเจนให้มันได้กลายมาเป็นกลูโคสจากนั้นมันก็จะส่งเข้าไปในกระแสเลือดและร่างกายของเรานั้น

มันก็จะมีระดับน้ำตาลที่คงที่ที่มันจะสามารถที่จะนำเอาน้ำตาลไปใช้ได้และทั้งนี้มันก็คือในเรื่องของน้ำตาล ทีนี้พอในร่างกายของคนเรานั้นได้มีน้ำตาลแล้ว ซึ่งในร่างกายของคนเรานั้นมันก็จะมีฮอร์โมนอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งฮอร์โมนตัวนั้นก็คือInaulin  Inaulinนั้นมันเป็นฮอร์โมนที่มันได้ถูกผลิตออกมาจากตับอ่อน และตับอ่อนนั้นมันได้เป็นอวัยวะที่มันได้อยู่ตรงบริเวณลิ้นปี่ของเราที่อยู่หลังกระเพาะลงไปซึ่งตับอ่อนนั้นมันได้เป็นต่อมที่ไร้ท่อ และต่อมที่ไร้ท่อตัวนี้นั้นมันจะมีเซลล์Islets of Langerhans ที่เป็นเซลล์หลักๆ

ปัญหาการไตวายเรื้อรัง

วันนี้ราจะมาคุยในเรื่อง โรค ไต อาหาร3ชนิดที่อาจจะก่อให้เกิดโรคไตและอาจจะทำให้ตัวคุณนั้นฟอกไตไปตบอกชีวิตถ้าหากว่าคุณไม่รู้จัดควบคุมอาหาร3ชนิดหรือว่า3กลุ่มนี้อาจจะกินผิดวิธีกินมากไปกินน้อยไปมันอาจจะทำให้คุณนั้นโดยฟอกไตได้ วันนี้เราจะเน้นไปที่ผู้ป่วยที่เรียกได้ว่าภาวะไตวายเรื้อรังแล้ว ซึ่งภาวะไตวายเรื้อรัง มัก็จะมีอยู่5ขั้นใหญ่ๆ และก็ยังน่าตกใจจริงๆในประชากรไทยประมาณ70ล้านคนได้เป็นไตวายเรื้อรังขั้นที่3และขั้นที่3ขึ้นไปจะมีทั้งสิ้น10ล้านคน

และคุณอาจจะเป็น1ในคนนั้นแล้วไม่ได้ตรวจหากคุณมีอายุเกิน35ปีขึ้นไปขอแนะนำว่าให้คุณควรไปตรวจเช็คดูอะไรหลายๆอย่างซึ่งมันจะทำให้เรามีโอกาสที่เป็นโรคไตหรือป่าวมันอาจจะซ่อนอยู่บางทีคุณอาจจะเป็นความดันสูงบ้างเป็นเบาหวานบ้างแต่ว่าคุณนั้นไม่เคยไปตรวจอะไรเลยปล่อยเอาไว้นานๆ

แล้วหลายคนที่จะต้องฟอกไตทั้งๆที่อายุยังน้อย30 /20 มีมากมายเพราะฉะนั้นหากคุณมีประวัติความดันโลหิตสูงมีประวัติเบาหวานเพราะฉะนั้นขอแนะนำให้ไปตรวจค่าการทำการของไตอยู่สม่ำเสมอและมันจะทำให้คุณนั้นลอดจากการฟอกไตได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้เรามาดูอาหาและควรรู้จักกับอาหาร3กลุ่มนี้

น้ำดื่ม กลุ่มน้ำดื่มมันก็เป็นน้ำดื่มทั่วไปที่เรานั้นใช้กินทั่วไปซึ่งเราก็จะไม่พูดถึงเรื่องน้ำต่างๆทั่วไป ซึ่งเราจะพูดน้ำเปล่าอย่างเดียวและน้ำอย่างอื่นนั้นมันก็ไม่มีวิจัยออกมาเลยว่ามันจะกินเข้าไปแล้วมันจะดี ซึ่งโดยน้ำเปล่าแล้วมันดีที่สุดแล้ว น้ำดื่นนั้นโดยคนปกติแล้วจะกินได้วันละ2ลิตร หรือเอาน้ำหนักตัวคูณ30 อย่างเช่นน้ำหนัก50คูณ30ก็จะกินได้วันละประมาณ1,500ccประมาณลิตรครึ่งถ้าน้ำหนัก70คูณ30ได้2,100ccก็จะประมาณ2ลิตรกว่าๆ หรือ ให้คุณดูที่สีปัสสาวะว่ามีสีปัสสาวะอ่อนๆหรือว่าเหลืออ่อนๆก็ถือว่ากินน้ำได้กำลังดีหากมีสีเข้มก็แบ่งว่ากินน้ำน้อยเกินไปและถ้าสีใสเลยก็แบ่งว่ากินเยอะไป

ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะที่4-5คือค่าการทำงานของไตเหลือแบบ20-30%สมมุติว่าเต็ม100เหลือ20%ไตของเราสองข้าง สมมุมติว่าเราลองเอาไตโยนทิ้งไปข้างหนึ่งโยนทิ้งไปข้างหนึ่งมันก็ยังทำงานได้100%เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเหลือแค่20%มันเป็นสาเหตุที่แย่มากๆและเมื่อไร่ที่คุณตรวจแล้วและคุณพบว่าคุณเป็นไตวายเรื้อรังระยะที่4-5การควบคุมน้ำนี้ถือได้ว่ามันเป็นอะไรที่สำคัญเป็นอย่างมาก

การควบคุมน้ำหากคุณได้เป็นไตวายเรื้อรังระยะที่4ถ้าคุณควบคุมน้ำได้ดีบางทีมันอาจจะยืดระยะการฟอกไตไปแบบเป็น10ปีก็ได้หรือไม่ว่าคุณอาจจะไตวายเรื้อรังกลับเข้ามาระยะที่3และมัมนก็จะไม่ทำให้คุณต้องฟอกไตไปตลอดชีวิตก็ได้ฉะนั้นคุณจะต้องควบคุมมันให้ดี

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 casino