ป้ายกำกับ: bk8

ทริค กินยังไงไม่ให้อ้วน

การลดน้ำหนักที่ดี่ เพื่อนๆจำเป็นจะต้องออกกำลังกายและจำเป็นจะต้องคุมอาหารควบคู่ไปด้วยนะ และวันนี้เองเราก็มี 5 ทริคที่จะมาช่วยให้กินยังไงไม่ให้อ้วน ในช่วงที่ลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักก็สามารถนำทริคนี้ไปใช้ได้ตลอดนะ 

ทริคที่ 1 หลีกเลี่ยงอาหารสีขาวๆ

การที่อาหารสีขาว ส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการที่ขัดสีแล้ว ซึ่งอาหารที่มีสีขาวถึงแม้จะดูสะอาด สวยงาม น่ากินแต่สารอาหารที่อยู่บนอาหารนั้นถูกขัดออกไปจำนวนมากแล้ว ซึ่งทำให้อาหารที่มีสีขาวส่วนมากจะย่อยง่าย เมื่อกินเข้าไปร่างกายสามารถดูดซึมและย่อยเร็วแปลงไปเป็นพลังงานให้แก่ร่างกายได้เลยทันทีซึ่งมันไม่ดีเท่าไร หากเราเป็นคนเผาผลาญช้าและระบบเผาผลาญพัง

ทางที่ดีสำหรับคนที่ลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักนั้นควรที่จะกินอาหารที่ไม่ขัดสี แต่เพื่อความเข้าใจง่ายจะยกตัวอย่างให้เพื่อนๆเห็นภาพชัดขึ้น อาหารจำพวกสีขาว ก็คือ ข้าวขาว ขนมปัง น้ำตาลทราย เส้นหมี่ เส้นใหญ่ เป็นต้น ซึ่งอาหารพวกนี้ให้พลังงานสูงพอประมาณแต่การนำพลังงานไปใช้หรือย่อยง่ายค่อนข้างเร็วนั้นเอง กลับกันเราควรจะหันมากินข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต น้ำตาลไม่ขัดสีนะ จะช่วยให้ร่างกายค่อยๆย่อยพลังงานออกมาใช้และทำให้เราอิ่มนานขึ้น

ทริคที่ 2 แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้นและแบ่งสัดส่วนอาหารบนจาน

ทริคที่ดีในการลดน้ำหนักหรือการควบคุมนั้นก็คือการแบ่งมื้ออาหารออกมาให้ถี่ขึ้นเพื่อให้กินถี่ แต่กินที่ละไม่เยอะจนเกินไป นอกจากการทำแบบนี้จะเป้นการป้องกันเรื่องความหิวที่เราทนไม่ไหว ยังช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานตลอดเวลา ซึ่งนอกจากการที่แบ่งมื้ออาหารให้ถี่ขึ้นแล้ว อีกปัจจัยที่จำเป็นสำหรับการกินไม่ให้อ้วน คือแบ่งสัดส่วนให้ชัดเจนนั้นเอง

นั้นหมายถึงการที่เพื่อนๆแบ่งอาหารบนจานเป็น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผักและผลไม้ นั้นเอง ซึ่งการแบ่งอาหารเป้นสัดส่วนจะช่วยเพื่อนๆเรื่องการควบคุมแคลอรีในแต่ละวันได้เป็นอย่างดีนั้นเอง เพราะเราจะเห็นว่าเรากินอะไรไปบ้างและสามารถเพิ่มหรือลดตามความเหมาะสมที่เราควรจะกินนั้นเอง

ทริคที่ 3 ลดเครื่องดื่ม หรือ ของหวานที่ให้พลังงานสูง

ทริคนี้คือจะช่วยให้เพื่อนๆ กินยังไงให้ไม่อ้วนที่สำคัญมากๆๆ เพราะว่าการที่เพื่อนๆลดเครื่องดื่มอย่างพวกน้ำหวาน และของหวานได้มากเท่าไร หรือ งดไม่ได้เลยนั้นจะดีกับตัวเรามากที่สุดเพราะน้ำหวานหรือของหวานพวกนี้ไป มันทำให้แคลอรีที่เรากินไปนั้นสูงมาก ซึ่งมีโอกาสที่เป็นไปได้มากที่เราจะเผาผลาญไม่ทัน และมันจะทำให้ร่างกายสะสมไขมันได้เร็วมาก เพราะฉะนั้นลด ละ เลิกเครื่องดื่มหวานหรือของหวานจะดีที่สุดนะ

 

 

สนับสนุนโดย  bk8

ง่ายๆถ้าอยากคลายร้อน

         สำหรับอากาศของบ้านเรานั้นบอกได้เลยว่ามีแค่ฤดูร้อน ร้อนมากกับร้อนที่สุด  ทั้งที่เวลาเรียนหนังสือก็ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยนั้นมี 3 ฤดูคือ ฤดูร้อน  ฤดูฝน และฤดูหนาว แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็มีแค่เพียงฤดูร้อนเท่านั้นจริง แต่จะร้อนมากหรือร้อนน้อยหน่อยเท่านั้นเอง ดังนั้นเราจึงควรหาวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากคำว่าร้อน เพราะความร้อนที่เรากำลังได้รับอยู่เกิดมาจากความร้อนของแสงอาทิตย์ที่แผดเผาลงมา

มานอกแสงอาทิตย์จะทำให้เราร้อนมากแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อผิวสวยๆของเราด้วย สำหรับอันตรายที่มีผลต่อร่างกายนั้น หากร่างกายได้รับความร้อนมากๆอาจเกิดภาวะโลกลมแดด หรือภาวะขาดน้ำก็ได้ เพราะเมื่อเราร้อน ร่างกายจะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายด้วยการขับเหงื่อออกมา ดังนั้นถ้าเหงื่อออกมาเยอะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำ และยิ่งร้อนมากอารมณ์ก็จะยิ่งหงุดหงิดมากเช่นกัน ดังนั้นจึงควรหาวิธีคลายความร้อนมาช่วยลดอุณหภูมิความร้อนกัน

  • ในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว การเลือกเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ก็มีผลเป็นอย่างมาก หากเราใส่เสื้อผ้าแขนยาว ขายาว หรือผ้าหนาๆที่ระบายความร้อนได้ไม่ดี จะมีผลทำให้ร่างกายเรามีอุณหภูมิสูงขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการลดอุณหภูมิในร่างกายเราควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มีการระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าควรบางเบาใส่สบาย และเลือกผ้าโทนสีอ่อน เพราะสีเข้มจะดูดความร้อน เมื่อต้องออกไปข้างนอกบ้างควรมีร่ม หมวก หรือแว่นกันแดดเพื่อช่วยบดบังแสงแดงด้วย
  • เมื่อร่างกายมีความร้อน ควรลดอุณหภูมิความร้อนด้วยการกินน้ำเย็นๆ จะช่วยให้คลายความร้อนได้ดี หรือจะทานผลไม้ที่มีน้ำเยอะๆ อย่างแตงโมแช่เย็น จะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาได้
  • หากร้อนมากๆ สามารถอาบน้ำเพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายได้ด้วย เนื่องจากนี้การอาบน้ำจะช่วยให้ร่างกายรู้สักสดชื่น ทำให้หายเครียดและไม่หงุดหงิดจากอากาศที่ร้อน 
  • การเปิดประตูหน้าต่างระบายความร้อนภายในบ้านก็ช่วยได้เช่นเดียวกัน ยิ่งบ้านไหนมีต้นไม้ช่วยบังแสงแดดไม่ให้สองเข้ามาได้บ้านจะช่วยให้บ้านเย็นสดชื่นได้ด้วย
  • บางครั้งคนเราเมื่อมีเวลาว่างก็มักจะออกกำลังกาย แต่ถ้าหากต้องมาออกกำลังกายช่วงเที่ยงๆ ที่เป็นช่วงกำลังร้อนถึงขีดสุดแล้วคงจะไม่ดีเท่าไหร่ ดังนั้นควรมีการจัดตารางชีวิตให้ชัดเจนว่าช่วงไหนควรทำอะไร ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ
  • ยิ่งอากาศร้อนถ้ายิ่งกินของร้อนๆเข้าไป เหมือนภายในร่างกายแทบระเบิดดังนั้น ถ้าช่วงกลางวันที่ร้อนมากๆ ควรหลีกเลี่ยงอาการที่ร้อนมากๆ เพราะจะเป็นอันตรายได้ 
  • หากร้อนมากๆ ก็หาอะไรทำที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น อาจกไปดูหนัง เข้าร้านหนังสือ หรือเดิน shoppingก็ดี

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย bk8

ดื่มน้ำเปล่าแล้วมีประโยชน์แต่ดื่มเท่าไหนล่ะที่ร่างกายจะเพียงพอ

        เคยได้ยินกันไหมเขาว่าการที่เราดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการนั้นจะช่วยให้เราได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดื่มน้ำในครั้งนั้นแต่เมื่อใดก็ตามที่เรากินน้ำมากจนเกินกับความต้องการของร่างกายก็สามารถเกิดโทษกับร่างกายของเรา

ได้เช่นเดียวกันซึ่งโทษที่เกิดจากการกินน้ำมากเกินไปนั้นก็จะทำให้ร่างกายของเรามีอาการน้ำเป็นพิษได้ซึ่งจะส่งผลทำให้ร่างกายของเราบวมน้ำมากจนเกินไปนั่นเองในขณะเดียวกันหากมองว่าการกินในปริมาณที่เพียงพอนั้นจะช่วยให้เราได้รับประโยชน์จากการดื่มน้ำทั้งในเรื่องของการทำให้ร่างกายแข็งแรงการบำรุงผิวพรรณเกี่ยวกับเรื่องของการขับของเสียของเหลวออกจากร่างกาย

ผ่านทางเลือกและกระเพาะปัสสาวะการแก้ปัญหาอาการท้องผูกและยังช่วยในเรื่องของการควบคุมอุณหภูมิภายในร่างกายของเราไม่ให้ร้อนจนเกินไปสารพัดประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการกินน้ำเข้าไปนั้นเราจะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำที่เรากินเข้าไปนี้ตอนนี้พอกับร่างกายของเราแล้วหรือไม่เพราะอย่าลืมว่าคนแต่ละคนแต่ละช่วงอายุนั้นปริมาณการรับสารอาหารนั้นย่อมไม่เท่ากัน

ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูข้อมูลเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการดื่มน้ำว่าอายุเท่าไหร่ควรจะรับปริมาณน้ำเข้าไปเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมดีที่สุดเพื่อที่จะทำให้เราไม่กินน้ำน้อยจนเกินไปและไม่ได้กินน้ำมากเกินไปนั่นเอง

          เรามาดูกันค่ะว่าช่วงวัยอายุเท่าไหร่ควรกินน้ำเท่าไหร่โดยเริ่มจากคนที่มีอายุระหว่าง 4 ถึง 8 ขวบแนะนำว่าการกินน้ำนั้นควรจะกินอยู่ที่ประมาณ 5 แก้วต่อวันเท่านั้นก็เพียงพอแล้วแต่เมื่อใดก็ตามที่คุณมีอายุมากขึ้นระหว่าง 9 ขวบถึง 13 ขวบแล้วแล้วก็การดื่มน้ำของคุณควรจะเพิ่มมากขึ้นโดยเพิ่มปริมาณเป็น 8 แก้วต่อวันและเมื่ออายุเพิ่มขึ้นไปเป็น 14 ขวบถึง 18 ขวบ

นั้นปริมาณน้ำก็ยอมเพิ่มมากขึ้นเป็น 8-11 แก้วต่อวันและเพราะอายุ 19 ขวบขึ้นไปปริมาณน้ำที่ต้องการของร่างกายก็จะอยู่ที่ประมาณ 9 แก้วต่อวันแต่ถ้าหากเป็นผู้ชายอายุ 19 ขวบขึ้นไปปริมาณน้ำที่ต้องการของร่างกายจะกลายเป็น 13 แก้วต่อวันเห็นไม่ค่อยว่าแต่ละช่วงอายุนั้นร่างกายของคนเราต้องการน้ำในปริมาณที่ไม่เท่าเทียมกัน

และยังแยกออกเป็นชายและหญิงด้วยโดยฝ่ายชายนั้นจะต้องการน้ำเข้าไปในร่างกายมากกว่าฝ่ายหญิงเนื่องจากว่าฝ่ายชายนั้นส่วนใหญ่จะทำงานหนักและมีเหงื่อออกเป็นจำนวนมากดังนั้นเมื่อสูญเสียน้ำออกจากร่างกายมากเราจึงต้องควรเติมน้ำเข้าไปให้ร่างกายเพื่อที่จะได้มีน้ำในร่างกายให้สมดุลกันนั่นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

ทำอย่างไรให้สุขภาพดี

เชื่อว่าหลายคนคงอยากมีอายุยืนยาวถึง100ปีพันธุกรรมอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรามีอายุยืนยาวได้แต่สาเหตุสำคัญหลักที่ทำให้เรามีอายุยืนยาวแท้จริงแล้วคือการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและเหมาะสม  หากยังไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นดูและตัวเองอย่างไรลองไปฟังเคล็ดลับจากหมอแอมป์กันเลยดีกว่า

วันนี้เราจะมีคุยกันแบบสบายๆในเรื่องธรรมชาติมากขึ้นเราได้พูดมาหลายตอนเกี่ยวกับสุขภาพจิตซึ่งทางเราได้มีการสลับกันในหลายๆอาทิตย์อย่างที่หมอสื่นกันไปว่า  การจะมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพได้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำง่ายแต่ก็ไม่ใช้เรื่องที่ทำไม่ได้เราจะเห็นมีหลายคนมีอายุยืนยาว70 80 90ปีก็ยังเห็นแต่ทุกๆ10ปีที่เจริญเติบโตไปนี่เราก็จะมีเพื่อนน้อยลงเพราะหลายๆคนก็พลาดหลุดไประหว่างทางหมอเคยบอกไปแล้วในตอนที่ผ่ามาว่าสุขภาพกายนี่เผื่อใครที่ไม่ได้ตามตอนที่หมอสรุปค้างจากตอนที่แล้วนิดหน่อย

สุขภาพมนุษย์เราหมอไปร่ำเรียนวิชาความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เยอะมากจนเมื่อก่อนนนีสมัยจบใหม่ๆไปเรียนมาหมดไปอยู่อังกฤษไปอยู่อิตาลีไปอยู่อเมริกาไปอยู่อัมสเตอร์ดัมไปอยู่เนเธอน์แลนด์ไปอยู่หลายที่นี่เรียกได้ว่าที่ไหนมีเปิดสอนก็ไปหมดไปเรียกจนอยากจะรู้ว่าทำยังไงให้คนเรานี่แก่ช้าตายช้าที่สุดและมีคุณภาพมากที่สุดจบมาใหม่ๆนี่มีความเชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่เราเรียนมานี่สุดยอดแล้วศาสตราาจารย์คนหนึ่งเคยบอกหมดไว้ว่าถ้าเมื่อไรผลเลือดหนาๆนี่ที่เราตรวจกันมาตั้งแต่หลายตอนนี้ดีตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายมนุษย์คนนี้ควรจะอยู่ได้100ปีหมอก็เชื่ออย่างนั้นพอได้

เชื่ออย่างนั้นก็ตั้งใจทำมาตลอดผ่านไปหลายปีจากคนไข้ที่ไม่เคยมีผลเลือดดีทุกตัวก็เริ่มมีคนที่มีผลที่ดีบ้างและผ่านทุกข้อจนวันหนึ่งมีคนไข้ที่ทำผลงานได้ดีตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายผ่านหมดแต่แล้วก็เสียชีวิตไปเป็นวันที่หมดเริ่มฉุกคิดว่าสิ่งที่เราเรียนมาในตำราทั้งหมดนี่มัมจะใช่100%หรือ100ปีจริงๆหรือไม่ตรงตามที่ศาสตราจารย์เคยบอกแล้วก็คือศาสตราจารย์ที่เคยสอนบอกหมอก็เริ่มทำการศึกษามากขึ้นว่า สิ่งที่เราพูดกันมาตลอดหลายตอนนี่ช่วงแรกๆเราจะพูดกันถึงสุขภาพกายหมอบอกไปแล้วหลังจากผ่านไปหลายปีเป็นช่วงเวลาที่หมอไปบวชเรียนมาด้วยหมอถึงมาศึกษาเยอะขึ้น

เมื่อก่อนไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องพวกนี้เด็กรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้หลายๆคนไม่ค่อยสนใจเรื่องศาสนาไม่สนใจเรื่องความดีความชอบศีลธรรมจรรยาหรืออะไรหลายๆอย่างต้องจำสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญและจำเป็นไม่งั้นไม่อยู่คู่เมืองไทยมาหลานร้อยปีหลายพันปี

 

ขอบคุณเว็บ  bk8

IF ช่วงกักตัวสิ ไม่มีอ้วน

ทุกคนคงเคยได้ยิน IF สิ หุ่นสวยเลยนะ ช่วยลดน้ำหนักดีทีเดียว แล้ว IF มันคืออะไรละ เค้าทำกันยังไง?

IF ย่อมาจาก Intermittent Fasting ซึ่งเป็นการไดเอท หรือ ลดน้ำหนักในรูปแบบใหม่ โดยการใช้เวลาในการ “กิน” และการ “อด” เป็นตัวช่วยในการไดเอท หรือ ลดน้ำหนัก นั้นเอง ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ แต่วันนี้ทาง  bk8 ของเราจะมาบอกวิธีที่คนนิยมกัน

นั้นก็คือ “IF  16/8” คือการอดและการกินอาหารโดยเล่นกับฮอร์โมน Insulin เป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น การเริ่มกินตอน 10 น. คุณสามารถกินอาหารอะไรก็ได้ ที่หลีกเลี่ยงไขมัน และหวานจนเกินไป ในช่วง ระยะเวลา 8 ชั่วโมง นับจากตอน 10 น.ซึ่งแสดงว่าคุณจะหยุดกินอาหารตอนเวลา 18.00 น. และหลังจาก 18.00 น. คุณจะทำการอดอาหารเป็นระยะเวลา 16 ชั่วโมง และจะเริ่มกินอาหาร 10 น. ในวันถัดไป 

การทำวิธี IF 16/8 นั้นช่วยอะไร ?

การที่คนเรานั้นอดอาหารเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม จะทำให้ระดับฮอร์โมน Insulin ในรายการลดลง และจะทำระดับฮอร์โมน Growth Hormone สูงขึ้น ซึ่งการที่ Growth Hormone สูงจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้ถึง 3.6-14% เลย แถมยังช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายคุณได้ดีอีกด้วย โดยจะไม่ทำให้มวลกล้ามเนื้อของคุณหายไปเหมือนกับการที่คุณอดอาหารนานๆหรืออดอาหารอย่างผิดวิธีอีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่า IF นั้นจริงๆทำได้ไม่ยากเลย

วิธีการไดเอท หรือ ลดน้ำหนัก

โดยวิธี IF จึงเป็นที่นิยมในหมู่ ดาราดัง Hollywood หรือ แม้กระทั่งดาราไทย ไปจนถึงคนรักสุขภาพทั่วไป ก็หันมาใช้วิธีการไดเอท หรือ ลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ เพียงแค่คุณใจพร้อมที่จะลอง คิดว่าวิธีนี้ไม่ได้ยุ่งยากจนเกินไป แค่คุณพร้อมที่จะเริ่มและเลือกอาหารอย่างถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น ข้าวกล้อง, อกไก่, ไข่ต้ม, ผักต่างๆ

และควรงดของที่มีไขมันเยอะ ของทอด ของมัน และที่สำคัญที่สุดก็คือ น้ำตาล ไม่ว่าจะมาในรูปแบบ ชา กาแฟที่ใส่นมและน้ำตาล หรือ ขนมหวานต่างๆ อย่าง เค้ก หรือ บิงซู ถ้าคุณคิดจะเอาจริงกับการไดเอท หรือ ลดน้ำหนักในครั้งนี้ คุณควรเลี่ยงไปก่อน และอาจจะให้รางวัลตัวเองเป็น cheat meal เล็กน้อย หลังออกจากจบ

การ IF ของคุณ ขอแนะนำอีกอย่างที่อยากบอกทุกคนที่รักสุขภาพ คุณควรใช้วิธีการทำ IF อย่างเหมาะสม หากทำนานหรือต่อเนื่องยาวเป็นเดือนๆ นั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีกับร่างกายคุณเช่นกัน เพราะฉะนั้นการเลือกทำวิธีไดเอท หรือ ลดน้ำหนักแบบ IF คุณควรที่จะทำและหยุดพักให้ร่างกายได้ใช้ชีวิตปรกติ แล้วค่อยกลับมาเริ่มกันใหม่อีกครั้งเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งขึ้นอยู่กลับร่างการของแต่ละคนด้วยนะ